GHB Big Family Logo
login

โซลาร์เซลล์ทำงานได้หรือไม่ในวันที่ฝนตกหรือฟ้าครึ้ม

  1. โซลาร์เซลล์ทำงานได้หรือไม่ในวันที่ฝนตกหรือฟ้าครึ้ม

หมวดหมู่: นวัตกรรม วันที่เผยแพร่: 1/10/2569

โซลาร์เซลล์ทำงานได้หรือไม่ในวันที่ฝนตกหรือฟ้าครึ้ม

สำหรับคนที่ตามอ่านบทความของ G H BANK เราพูดถึงโซลาร์เซลล์อย่างละเอียดไปหลายหัวข้อ แต่ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน มีหนึ่งสิ่งที่เรายังไม่ได้พูดถึงอย่างจริงจังสักเท่าไร “โซลาร์เซลล์ทำงานในวันที่ฝนตกได้มั้ย?” หรือ “ติดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยจะคุ้มหรือเปล่า?” สำหรับคนที่กำลังคิดจะติดตั้งโซลาร์เซลล์แต่กังวลว่าจะสามารถใช้งานได้จริงเฉพาะที่ฤดูร้อน และแดดแรงรึเปล่า บทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในส่วนนั้นกัน


คำตอบสั้น ๆ โซลาร์เซลล์ยังทำงานได้ในวันที่ฝนตกหรือฟ้าครึ้ม

คำตอบนั้นชัดเจนว่า ‘ได้’ เหตุผลเพราะว่าแผงโซลาร์เซลล์ผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้ภายในบ้านจาก ‘ความเข้มของแสง’ ไม่ได้ผลิตขึ้นจาก ‘ความร้อน’ ซึ่งต้องบอกเพิ่มเติมอีกว่า แสงอาทิตย์ที่นำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้ามีอยู่ 2 ประเภท 1.แสงตรง (Direct Sunlight) แสงอาทิตย์ที่ส่องมาโดยตรงแบบไม่มีอุปสรรคใด ๆ ซึ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด 2.แสงกระจาย (Diffuse Sunlight) และในส่วนนี้คือสิ่งที่เราจะมาหาคำตอบกันว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์คุ้มค่าจริงมั้ย ซึ่งก็คือแสงที่ถูกบดบังจากเมฆก็จะมีความเข้มแสงน้อยกว่าแต่ยังคงนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้ 


ในวันฟ้าครึ้ม “โซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้มากน้อยแค่ไหน”


- ฟ้าครึ้มยังมีแสงอาทิตย์อยู่: สิ่งที่ทำให้ในวันฝนตกเรายังสามารถใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เป็นเพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้น้อย ระบบที่เป็น On-Gridก็จะทำการดึงไฟฟ้าจากระบบของการไฟฟ้าเข้ามาเสริมโดยอัตโนมัติ ทำให้ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ต่อเนื่องโดยไม่สะดุด แต่สำหรับระบบ Hybrid ตัวระบบจะทำการดึงพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินที่เคยชาร์จเก็บไว้ในแบตเตอรี่ในช่วงวันแดดจัดออกมาใช้งานแทน

- ประสิทธิภาพอาจเหลือประมาณกี่เปอร์เซ็นต์: ว่ากันด้วยประสิทธิภาพในการทำงาน ตั้งแต่แดดแรงที่สุดจนวันที่ฟ้าครึ้มที่สุด โซลาร์เซลล์จะทำงานแบ่งออกเป็นลำดับขั้นตามนี้ วันแดดแรง = ผลิตได้ 100% (แสงอาทิตย์ทำงานมีประสิทธิภาพที่สุด) / วันเมฆบดบัง = ผลิตได้  50% – 80% / วันฟ้าครึ้มฝนตก =  ผลิตได้ 20% – 50% / วันฝนตกหนัก = ผลิตได้  10% – 25%

- ทำไมบางครั้งค่าไฟยังลดได้แม้เข้าสู่ฤดูฝน: เป็นเพราะว่าการคำนวณผลตอบแทนจากการติดโซลาร์เซลล์ หรือ การคำนวณจุดคุ้มทุน (ROI) ของโซลาร์เซลล์ ผลผลิตไฟฟ้ารวมทั้งปี (ซึ่งรวมสถิติวันฝนตกและฟ้าครึ้มของไทยไว้เรียบร้อยแล้ว) ภาพรวมตลอดทั้งปีจึงยังมีความคุ้มค่าสูง


แล้วในวันที่ฝนตกหนักล่ะ “โซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้มากน้อยแค่ไหน”

- ฝนตกทำให้การผลิตไฟฟ้าลดลงมาก: สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือในวันที่ฝนตกหนักแรงมาก แผงโซลาร์เซลล์ยังคงผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ แต่ผลผลิตกระแสไฟฟ้าอาจลดลงประมาณ 50–80% (เมื่อเทียบกับวันที่แดดแรง) แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าความหนาของเมฆและช่วงฝนด้วย เพราะปัจจัยไม่ใช่เรื่องของฝนแต่คือเรื่องของความหนาทึบของเมฆ

- ฝนไม่ได้ทำให้แผงเสียหาย: ฝนที่ตกไม่ได้ทำให้โซลาร์เซลล์เสียหาย เป็นเพราะว่าหน้าแผงทำจากกระจกนิรภัย (Tempered Glass) โดยที่ตัวกรอบเป็นอะลูมิเนียมกันสนิม พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 / IP68 มีความสามารถกันแรงกระแทกของลูกเห็บได้เลยด้วยซ้ำ


ฤดูฝนส่งผลต่อความคุ้มค่าของการติดตั้งหรือไม่

- ประเทศไทยยังเหมาะกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์: เมื่อจุดคุ้มทุน (ROI) ของการติดตั้งโซลาร์เซลล์คำนวณจากค่าเฉลี่ยการผลิตไฟฟ้ารวม 365 วัน ทำให้ประเทศไทยยังคงคุ้มสำหรับการติดตั้งด้วยเหตุผลเหล่านี้ เป็นเพราะว่าประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร ที่เราได้รับความเข้มข้นของแสงอาทิตย์สูงตลอดทั้งปี โดยที่ค่าเฉลี่ยชั่วโมงแดดสมบูรณ์ (Peak Sun Hours) สูงถึง 4.0 – 5.0 ชั่วโมงต่อวัน

- ผู้ติดตั้งไม่ควรมองเฉพาะช่วงฤดูฝน: บอกได้เลยว่าฤดูฝนไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ควรกังวลสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย รู้กันอยู่ว่าฤดูร้อนของไทยนั้นยาวนาน ตรงนั้นคือจุดที่เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล เพราะว่าถ้ากางตัวเลขออกมาดู จะพบว่าฤดูฝนในประเทศไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ประมาณ 3-4 เดือนของปีเท่านั้น ถ้ามองภาพรวมในระยะยาว 20-25 ปี


ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ในวันที่สภาพอากาศไม่ดี


- ชนิดและคุณภาพของแผงโซลาร์เซลล์: แต่ถึงจะบอกว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์อาจจะไม่ได้เป็นปัญหามากในวันที่ฝนตก แต่ก็มีเรื่องของความคุ้มค่ามาก-น้อยอยู่ ซึ่งชนิดของแผงโซลาร์เซลล์ก็มีส่วน เช่น ถ้าเราติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์คุณภาพสูงยุคใหม่ โดยเฉพาะชนิด Monocrystalline ที่มีเทคโนโลยี N-Type TOPCon มาพร้อมกับความสามารถในการตอบสนองต่อแสงความเข้มต่ำ (Weak Light Response) ไปจนถึงแสงกระจาย (Diffuse Light) ก็จะเก็บพลังงานได้ดีกว่าแผง Polycrystalline ที่เป็นรุ่นเก่า

- มุมติดตั้งและทิศทางของแผง: สิ่งที่เราย้ำมาเสมอสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เรื่องของทิศทางการรับแสงที่ไม่ถูกบดบังด้วยต้นไม้ ติดตั้งในมุมที่แสงตกกระทบได้เต็มที่ อย่างประเทศไทยก็ควรจะหันไปทาง ทิศใต้ หรือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะช่วยให้แผงได้รับแสงสะสมในรอบวันมากที่สุด พร้อมกับทำมุมเอียงประมาณ 10–15 องศา ทั้งช่วยรับแดดได้ดีและช่วยถ่ายเทน้ำฝนที่ตกลงมาในปริมาณมากได้สะดวกอีกด้วย

- ความสะอาดของแผง: อีกสิ่งที่สำคัญ เพราะเมื่อไหร่ที่แผงโซลาร์เซลล์สกปรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝุ่น มูลสัตว์ นั้นทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแผงลดลง เพราะฉะนั้นควรหาเวลาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

- ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์: เลือกติดตั้งตัวอินเวอร์เตอร์ที่มีคุณภาพสูงเสมอ เพื่อที่จะได้ทำงานในส่วนของการแปลงไฟฟ้าได้ตั้งแต่ระดับแรงดันต่ำ ไปจนถึงการทำให้ระบบเริ่มผลิตไฟได้ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ หรือในยามที่ฟ้าครึ้มจัด ให้ดูว่าคุณใช้อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับระบบติดตามจุดทำงานสูงสุดแบบหลายช่อง (Multi-MPPT) หรือการใช้ Microinverter รึเปล่า เพราะว่าจะช่วยในการปรับการทำงานตามปริมาณแสงที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาจากเมฆเคลื่อนผ่านนั่นเอง


หนึ่งในข้อได้เปรียบของประเทศไทยที่มีสภาพอากาศแดดจัดเกือบตลอดทั้งปี คือการที่เราสามารถใช้เครื่องปรับอากาศโดยที่ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ก็คงไม่เกินจริงเลย โซลาร์เซลล์ในบ้านจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญในยุคที่พลังงานมีราคาผันผวน เพราะช่วยลดทั้งค่าเชื้อเพลิง และค่าไฟในระยะยาว โดยสามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ชาร์จรถ และใช้งานในบ้านได้จริง แล้วสำหรับใครที่หายสงสัยหรือรู้สึกอยากติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านหรือที่ทำงานของตัวเองแล้วล่ะก็ สามารถพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   พร้อมช่วยซัพพอร์ตทุกสมดุลของที่อยู่อาศัยให้ทุกคน


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือปลูกสร้าง กับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ

ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000




บทความที่เกี่ยวข้อง