GHB Big Family Logo
login

เปลี่ยนหลังคาบ้านให้ผลิตไฟได้เอง ต้องเริ่มจากตรงไหน

  1. เปลี่ยนหลังคาบ้านให้ผลิตไฟได้เอง ต้องเริ่มจากตรงไหน

หมวดหมู่: นวัตกรรม วันที่เผยแพร่: 7/4/2569


ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังไม่ทันจะเข้าเดือนเมษายนเลย แต่ประเทศไทยร้อนเหมือนกับว่าเรากำลังอยู่ในเดือนที่ร้อนที่สุดของปีแล้ว แต่จะเปิดแอร์ทั้งวันก็ไม่ได้อีกเพราะว่าบิลค่าไฟที่ส่งเก็บมาตอนท้ายเดือน ตัวเลขก็ระอุตามมาด้วย บทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ‘โซลาร์เซลล์’ หรือ Solar Rooftop ตัวช่วยประหยัดค่าไฟจากการเอาพลังงานสะอาดของดวงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า ทางออกของหน้าร้อนในทุก ๆ ปี


หลังคาผลิตไฟได้อย่างไร ? 


การที่เราจะเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นไฟฟ้าได้นั้น ก็ต้องเปลี่ยนให้หลังคาสามารถผลิตไฟฟ้าได้ โดยการติดตั้ง ‘หลังคาโซลาร์เซลล์’ / ‘Solar Rooftop’ อุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้ากับหลังคาของบ้าน เพื่อรับแสงอาทิตย์


เพื่อให้เข้าใจระบบการทำงานของหลังคาโซลาร์เซลล์ จำเป็นที่จะต้องรู้ก่อนว่าในการติดตั้งประกอบไปด้วย 2 สิ่งสำคัญนี้


  1. แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panels) ตัวรับพลังงานแสงอาทิตย์ บรรจุด้วยชิ้นส่วนเล็ก ๆ จากซิลิคอน จะทำงานแบบ Photovoltaic Effect เมื่อแสงแดดตกกระทบอิเล็กตรอนก็จะเคลื่อนที่ และกลายเป็นไฟฟ้า
  2. อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ตัวเปลี่ยนกระแสไฟฟ้ากระแสตรงให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแสสลับเพื่อใช้งานในบ้าน


ทีนี้ว่ากันด้วย ‘หลักการทำงาน’ เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบลงบนหลังคาโซลาร์เซลล์ ตัวแผงก็จะรับแสงอาทิตย์ก่อนจะแปลงกระแสไฟฟ้าไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้เป็นกระแสสลับ (AC) เข้ามาใช้ในบ้านผ่านอินเวอร์เตอร์ แต่เมื่อไหร่ที่ไฟฟ้าจากหลังคาโซลาร์เซลล์ถูกดึงนำมาใช้จนเกินกว่าที่รับมาทั้งหมดแล้ว ระบบก็จะทำการดึงกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้แทน


บ้านแบบไหนที่เหมาะกับการติดตั้ง ‘หลังคาโซลาร์เซลล์’ มากที่สุด



ถ้าถามว่าบ้านแบบไหนที่เหมาะกับการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ก็ต้องบอกว่า เป็นบ้านที่มี Daily Routine ใช้ไฟในปริมาณเยอะ ไม่ว่าจะจากการเปิดแอร์ และพัดลมในวันที่ร้อน บ้านที่มีตู้เย็นหลายตัว บ้านที่ถูกใช้เป็น Home Office และต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ไปจนถึงบ้านที่เลือกใช้ EV CAR และมีแท่นชาร์จอยู่ที่บ้านเองก็ตาม


สำหรับหลังคาบ้านเพื่อติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ก็จะมีความเหมาะสมแตกต่างกันออกไป เพราะว่าแต่ละหลังคาจะมีพื้นที่ และการรับแดดไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ‘หลังคาปั้นหยา’ ซึ่งมีพื้นที่ 4 ทิศทางไม่ว่าจะรับลมหรือแดดก็ทำได้ดี ทั้งยังติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ทุกทิศอีกต่างหาก ‘หลังคาทรงจั่ว’ ที่จะมี 2 ด้าน ก็จะมีทิศที่รับแดดได้ค่อนข้างดีกว่าอีกทิศ จำเป็นที่จะต้องติดตั้งโซลาร์เซลล์ในทิศที่แดดส่องถึงมากที่สุด ‘หลังคาเพิงแหงน’ ข้อดีของหลังคาแบบนี้คือมีทิศทางเดียวกับมีพื้นที่เยอะ และกว้าง ก็สามารถติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ให้ทั่วได้เลย


สำรวจบ้านตัวเองก่อนตัดสินใจ


ก่อนจะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจเยอะกว่าว่า “หลังคาบ้านของเรารับแดดรึเปล่านะ ?” จะมีอะไรบ้างลองไปดูกัน


  • ตรวจสอบโครงสร้างหลังคาเบื้องต้น : อันดับแรก เพราะว่าหลังคาของเรากำลังจะรับน้ำหนักเพิ่มจากแผงโซลาร์เซลล์ เพราะฉะนั้นให้ตรวจสอบก่อนเลยว่าหลังคารับน้ำหนัก 50 กิโลกรัม/ตารางเมตร ได้รึเปล่า และวัสดุของกระเบื้องที่ใช้แข็งแรงพอใช่มั้ย
  • พื้นที่ติดตั้ง และการบังเงา : ก่อนติดตั้งจำไว้เสมอว่าหลังคาบ้านของเราจะไม่โดนต้นไม้มาบังเงาในวันที่แดดออกเด็ดขาด ! ก่อนจะวางแผงโซลาร์เซลล์ให้ลาดเอียงประมาณ 15 องศาจากพื้นดิน และหลังคาต้องมีความชันไม่เกิน 60 องศา เพื่อให้รับแดดได้ดีที่สุด
  • ความพร้อมของระบบไฟฟ้าในบ้าน : สุดท้ายเช็คว่าบ้านของเราเหมาะกับระบบไฟฟ้าแบบไหนเพื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ มีให้เลือก 3 แบบ On-Grid System ระบบที่จะเชื่อมกับการไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งเราสามารถขายไฟฟ้าคืนภาครัฐได้หากว่าปริมาณกระแสไฟฟ้าเกิน ทำให้เป็นระบบที่คนนิยมใช้มากที่สุด Off-Grid System ระบบสำหรับพื้นที่ห่างไกลไฟฟ้าเข้าไม่ถึง และไม่ได้เชื่อมกับการไฟฟ้าโดยตรง Hybrid ระบบที่มีแบตเตอรี่สำรองเพื่อเก็บไฟฟ้า เหมาะกับบ้านที่ชอบมีอาการไฟตกบ่อย ๆ


ขั้นตอนการเริ่มต้นเปลี่ยนหลังคาให้ผลิตไฟได้


หลังจากที่เรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหลังคาโซลาร์เซลล์แล้ว คำนวณมาแล้วว่าหลังคาบ้านของเราจะต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดเท่าไหร่ โดยใช้สูตรตามนี้ โดยอย่าลืมเผื่อพื้นที่ว่างอย่างน้อย 20% เพื่อการดูแลรักษาหลังคาด้วย 


“จำนวนแผงที่ติดตั้งได้ = พื้นที่หลังคาที่ใช้งานได้ (ตร.ม.) ÷ ขนาดแผง (ประมาณ ตร.ม./แผง)” 


ในการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ไม่สามารถทำได้ทันที เพราะเป็นเรื่องไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ทำให้ต้องติดต่อกับหน่วยงานของรัฐทั้งหมด 3 หน่วย 


  1. กกพ.(สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) เพื่อขอเป็นผู้ประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้น + ขอใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม 
  2. องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือ สำนักงานเขตที่บ้านของเราตั้งอยู่ เพื่อใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (อ.1) 
  3. กฟน. (การไฟฟ้านครหลวง) หรือ กฟภ. (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบอุปกรณ์ที่เราจะทำการติดตั้ง


เรื่องที่ควรรู้ก่อนลงมือจริง




  • การดูแลรักษาหลังการติดตั้ง : เมื่อเผื่อพื้นที่ 20% สำหรับการทำความสะอาดไว้แล้ว ทุกคนต้องรู้ก่อนว่าหลังคาของเราจะมีฝุ่นสะสมแบบเต็ม ๆ ตลอดทั้งวัน เมื่อใช้งานมายาวนานตัวฝุ่นเกาะแผงของเราก็จะรับแสงได้ไม่เต็มที่อีกต่อไป ควรทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ด้วยวิธีการใช้น้ำสะอาดผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อยถู ก่อนจะฉีดน้ำไล่สิ่งสกปรกออกไป
  • ความปลอดภัย และมาตรฐานที่ควรคำนึงถึง : อีกหนึ่งสิ่งที่คนมักจะลืมกันก็คือการหมั่นเช็คว่าแผงโซลาร์เซลล์มีรอยร้าวมั้ย หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิมรึเปล่า ซึ่งอาจหมายถึงความเสียหายที่ต้องตามช่างมาดูแล และอย่าลืมเช็คระบบไฟในบ้านด้วยว่ามีความเสียหายหรือไม่ด้วย


การเปลี่ยนหลังคาบ้านให้สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ไม่ได้เป็นเพียงการลดค่าไฟซึ่งเป็นหนึ่งใน Fixed Cost สำคัญของการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการยกระดับคุณภาพของบ้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งในแง่ความคุ้มค่า การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการวางแผนค่าใช้จ่ายระยะยาวของครอบครัว สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนพัฒนาหรือยกระดับบ้านให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในอนาคต ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุน ด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง รวมถึงการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อให้การมีบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่เกิดขึ้นได้จริง


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ


ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์


ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000

บทความที่เกี่ยวข้อง