GHB Big Family Logo
login

วิธีวางตำแหน่ง Wi-Fi ในบ้านให้สัญญาณแรงทุกห้อง

  1. วิธีวางตำแหน่ง Wi-Fi ในบ้านให้สัญญาณแรงทุกห้อง

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 1/10/2569

วิธีวางตำแหน่ง Wi-Fi ในบ้านให้สัญญาณแรงทุกห้อง


ไม่ใช่แค่สำหรับคนทำงานที่บ้านในรูปแบบของ Work From Home 100% เท่านั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในบ้านจะในวันที่ต้องการพักผ่อน หรือวันแบบไหนก็ตาม ต่างต้องการ Wi-Fi ที่ตอบสนองกิจกรรมชีวิตของเราได้ดั่งใจทั้งนั้นล่ะ แต่! เคยมั้ยที่ซื้ออินเทอร์เน็ตก็แพง แต่ทำไมบางวันมันแรงเหมือนขับรถยนต์ 40 ตลอดทางเลย เราไม่ได้บอกให้คุณโทษเครือข่ายที่ใช้บริการ แต่มาตรวจสอบให้แน่ใจกันก่อนดีกว่า ว่าที่จริงแล้วสัญญาณ Wi-Fi เบา เป็นเพราะเราจัดการกับพื้นที่ภายในบ้านไม่ถูกจุดรึเปล่า


ทำไม Wi-Fi ถึงแรงไม่เท่ากันในแต่ละห้อง

 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแรงของ Wi-Fi

- ระยะทาง: เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าสัญญาณ Wi-Fi ความแรงจะถูกลดหลั่นลงตามระยะทางที่ห่างจากอุปกรณ์ Router ที่เป็นตัวส่งสัญญาณ เพื่อที่จะรักษาการเชื่อมต่อไว้

- ผนัง และโครงสร้างอาคาร: สัญญาณ Wi-Fi จะแรงหรือไม่แรง ก็ขึ้นอยู่กับว่าสัญญาณนั้นเดินผ่านโครงสร้างของบ้านหรืออาคารแบบไหน เช่น ยิ่งถ้าบริเวณนั้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก อิฐมอญ กระจกเงา  และแผ่นโลหะ สัญญาณก็จะถูกดูดซับอย่างรุนแรงถ้าเราเทียบกับประตูไม้ที่หนาน้อยกว่ามาก

- จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ: หรือที่เราเรียกกันว่า ‘การดึงสัญญาณ’ เมื่อไหร่ที่ภายในพื้นที่มีคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ตัวสัญญาณจะถูกหารเฉลี่ยแบนด์วิดท์  และต้องรอคิวการรับส่งข้อมูล อินเทอร์เน็ตก็จะช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

- สัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์อื่น: สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ คืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไม่ว่าจะไมโครเวฟ, Bluetooth Speaker ที่มีความสามารถในการปล่อยคลื่นความถี่ 2.4 GHz จะตรงเข้าไปรบกวนช่องสัญญาณ Wi-Fi ทำให้ความแรงที่เคยมีเกิดรวนได้


เช็กลิสต์ตำแหน่งวาง Wi-Fi ที่ถูกต้อง


- อยู่ใกล้กึ่งกลางบ้าน: เพื่อให้สัญญาณ Wi-Fi สามารถกระจายได้แบบ 360 องศา ควรวางตัว Router เอาไว้ในบริเวณที่เป็นศูนย์กลางของบ้าน  และไม่วางเอาไว้ในจุดที่เป็นมุมหรือห้องที่อับ

- สูงจากพื้นประมาณ 1-2 เมตร: ข้อสำคัญในระยะความสูงจากพื้นของ Router เพื่อให้ Wi-Fi สามารถกระจายออกในแนวระดับ และแนวดิ่ง การตั้งเอาไว้บนโต๊ะหรือบนตู้จึงเป็นจุดที่เหมาะ

- ไม่มีผนังหนาหรือโลหะบดบัง: อย่างที่บอกว่าวัสดุของอาคารสามารถทำให้สัญญาณ Wi-Fi เดินทางช้าลง เพราะฉะนั้นให้หลีกเลี่ยงในการวาง Router ติดผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ตู้เหล็ก หรือแผ่นโลหะ ที่จะสะท้อน และดูดซับสัญญาณ

- ห่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่: เพราะว่าสัญญาณจากเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด เช่น ไมโครเวฟ ตู้เย็น ลำโพง  และ Bluetooth Speaker จะปล่อยความถี่มารบกวนสัญญาณ 

- ใกล้พื้นที่ใช้งานหลักของสมาชิกในบ้าน: สำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายคน การเลือกจุดวาง Router ไม่ได้แค่คำนึงถึงการกระจายที่ดีที่สุด แต่ต้องเข้าถึงสำหรับทุกคนในบ้านได้ด้วย อาจจะวางเอาไว้ที่โซนห้องนั่งเล่น หรือวางไว้ใกล้ห้องทำงาน เป็นต้น

- รองรับการขยายเครือข่ายในอนาคต: เพราะว่าในอนาคตบ้านของคุณอาจจะต้องการสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แรงมากกว่าเดิม ให้วางในจุดที่เต้ารับไฟเพียงพอ รวมถึงต้องสะดวกต่อการเดินสาย LAN ต่อไปยังโหนด Mesh Wi-Fi หรือ Access Point ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


วิธีเพิ่มประสิทธิภาพ Wi-Fi โดยไม่ต้องเปลี่ยนแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต


- เปลี่ยนตำแหน่ง Router: อย่างที่บอกไปว่าตำแหน่งของ Router สำคัญ ถ้ารู้สึกว่า Wi-Fi เริ่มจะไม่แรงเท่าที่เคย ให้ลองย้ายมาไว้ที่จุดศูนย์กลางของบ้าน พร้อมกับวางในระดับความสูง 1-2 เมตรจากพื้น  และไม่มีสิ่งกีดขวางที่เป็นวัสดุหนาทึบเลย

- อัปเดต Firmware: ให้หมั่นตรวจสอบ และอัปเดตซอฟต์แวร์ของตัว Router ผ่านแอปพลิเคชันอยู่ตลอด เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการประมวลผล และส่งสัญญาณมาให้เราใช้

- เปลี่ยนช่องสัญญาณ (Channel): ลองหันมาใช้แอปพลิเคชันประเภท Wi-Fi Analyzer คอยตรวจสอบความเร็วของสัญญาณ Wi-Fi บ่อย ๆ เพื่อที่จะได้พบว่าช่องสัญญาณของเรามันแออัดกับบ้านข้างเคียงกันรึเปล่า จะได้ทำการสลับไปใช้ช่องสัญญาณที่ว่างที่สุดเพื่อให้สัญญาณแรงกว่าเดิม

- ใช้งานคลื่น 5 GHz  และ 2.4 GHz ให้เหมาะสม: ข้อควรรู้ ‘คลื่น 5 GHz’ จะเป็นสัญญาณที่ใช้กับอุปกรณ์ที่ต้องการความเร็วสูง เช่น คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตทีวี ส่วน ‘คลื่น 2.4 GHz’ จะใช้กับอุปกรณ์ระยะไกลอย่างพวกอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับ Smart Home ในบ้าน

- รีสตาร์ท Router เป็นระยะ: ข้อสุดท้ายที่หลายคนอาจจะไม่ได้ทำนัก คือเราควรที่จะให้ตัว Router ได้พักการทำงานไม่ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นอื่นภายในบ้าน ด้วยการปิด-เปิดเครื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อล้างแคช (Cache) ในหน่วยความจำ รวมถึงเป็นการรีเซ็ตการเชื่อมต่อที่ค้างอยู่ แล้วการทำงานส่ง Wi-Fi ก็จะไหลลื่นกว่าเดิม


สัญญาณ Wi-Fi ที่แรงไม่ได้ดั่งใจตามแพ็กเกจที่เราได้สมัครเอาไว้ อาจเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ช่วยไม่ได้บ้างในบางครั้ง เช่น ในวันที่ฝนตกพายุเข้าปั่นป่วนเครือข่าย หรือว่าที่สัญญาณขัดข้องเพราะระบบบางอย่าง แต่ว่าในหลาย ๆ ครั้งก็เกิดจากปัจจัยภายในบ้านหรืออาคารที่เรายังไม่รู้ แต่เมื่อรู้จากบทความนี้ไปแล้วก็สามารถจัดการให้ Wi-Fi ตอบสนองการใช้งานของตัวเองได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่า Wi-Fi จะสำคัญ แต่การมีบ้านก่อนอาจจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด สำหรับทุกคนที่กำลังมองหาบ้าน สามารถพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   พร้อมช่วยซัพพอร์ตทุกสมดุลของที่อยู่อาศัยให้ทุกคน


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือปลูกสร้าง กับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด  และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ

ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ  และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร  และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000




บทความที่เกี่ยวข้อง