GHB Big Family Logo
login

ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ไม่ได้มองหาบ้านหลังใหญ่เหมือนในอดีต

  1. ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ไม่ได้มองหาบ้านหลังใหญ่เหมือนในอดีต

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 1/10/2569


ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ไม่ได้มองหาบ้านหลังใหญ่เหมือนในอดีต


ถึงเราจะใช้ชีวิตกันเข้าสู่เดือนที่ 9 ของปีแล้ว โลกหมุนเทรนด์ และความนิยมไปอย่างหลากหลาย แต่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ นี้ คือ ‘บ้านหลังใหญ่ไม่ใช่ทางเลือกหลักของคนรุ่นใหม่’ ด้วยไลฟ์สไตล์ที่คนเลือกมีลูกน้อยลง แต่เลือกให้ตัวเองเป็นพ่อหมาแม่แมวกันเสียแทน พร้อมกับตัดสินใจมีครอบครัวเล็ก ๆ ในคอนโดหรือบ้านหลังเล็กที่อบอุ่นแทน 

บทความนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยไปด้วยกันว่า อะไรคือเหตุผลสำคัญเบื้องหลังการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เลือกบ้านหลังใหญ่เป็นตัวเลือกแรกกันอีกต่อไป 


คนรุ่นใหม่ไม่ได้ซื้อพื้นที่ แต่ซื้อคุณภาพชีวิต

- ทำเลสำคัญกว่าขนาดบ้าน: ค่านิยม Minimalism ที่เปลี่ยนไปของยุคสมัยนี้ คือการที่บ้านไม่ได้มีเพื่อเป็นสิ่งที่บ่งบอกความสำเร็จของชีวิต กลับกัน พวกเขาเลือกบ้านที่ให้ ‘ระบบนิเวศของการใช้ชีวิต’ เพื่อทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จในการอยู่อาศัยต่างหาก ไม่ว่าจะเลือก คอนโดมิเนียม หรือทาวน์โฮม ถ้าที่อยู่อาศัยตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของ Well-ness มี Co-working space ที่เหมาะกับการทำงานที่บ้าน ไปจนถึงมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม ก็ถือว่าตอบโจทย์ ที่สำคัญอีกข้อคือคนรุ่นใหม่ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องซื้อบ้านหนึ่งหลังแล้วอยู่ไปทั้งชีวิต แต่สามารถปรับเปลี่ยนตามจังหวะชีวิตของช่วงเวลาได้มากกว่า 


‘เวลา’ คือสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุด


- คนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับ Work-Life Balance: คำพูดที่ว่า  Gen Z ต้องการความสมดุลของการทำงาน ยิ่งเป็นคำพูดที่จริง ในเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาเทรนด์สุขภาพมาแรง การได้กลับมาดูแลตัวเอง การแยกเรื่องงานออกจากชีวิตส่วนตัวอย่างเด็ดขาด กับการได้มีเวลาไปใช้ชีวิต ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อคนยุคนี้ 

- ลดเวลาเดินทาง เพิ่มเวลาให้กับตัวเอง และครอบครัว: แนวคิดของการ Work From Home หรือ Work From Anywhere หรือที่ปัจจุบันกลายเป็น Hybrid Working อาจจะเป็นแนวคิดจากบริษัทที่ต้องการลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้งานมีคุณภาพมากขึ้น แต่ตอนนี้สิ่งนี้ได้กลายเป็นเทรนด์ของการใช้ชีวิตของคนปัจจุบัน ที่ไม่เอาการเสียเวลารถติดในการเดินทางในกรุงเทพฯ 2-3 ชั่วโมง แล้วเพิ่มเวลาการทำงานมากขึ้นให้งานจบไวที่สุด จนสามารถนำเวลาไปใช้กับครอบครัวต่อได้

- บ้านที่ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นได้รับความสนใจมากกว่า: จะเห็นว่าบ้านในยุคสมัยนี้แทบจะกลายเป็น Smart Home กันหมดแล้ว เพื่อที่เวลาอยู่ในบ้านเราจะได้อยู่ใน Safe Zone จริง ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับระบบยุคเก่าบางอย่าง เช่น ต้องลุกไปเปิด-ปิดไฟตลอดเวลา ต้องทำความสะอาดไม่เว้นแต่ละวัน เป็นการทวงคืนเวลาพักของตัวเองกลับมาอีกครั้ง


ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามขนาดบ้าน

- ค่าไฟฟ้า: เมื่อบ้านหลังใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านก็ต้องมีขนาดใหญ่ตามไปด้วยเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน ตั้งแต่ไฟบนเพดาน ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อ Fixed Cost ที่เกิดขึ้นประจำเดือนทั้งนั้น

- ค่าทำความสะอาด: เรื่องเดียวกัน บ้านยิ่งใหญ่ยิ่งทำความสะอาดยาก ในที่นี้หมายถึงยากที่จะทำได้ละเอียด และครบทั้งหลัง ซึ่งก็ต้องแลกกับเวลาที่เสียไปอีก นำมาสู่การจ้างแม่บ้านประจำเดือนที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก

- ค่าดูแลสวน: สำหรับการตัดหญ้าในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น แต่จะบอกว่าประเทศไทยเมื่อเข้าสู่หน้าฝนเมื่อไหร่ หญ้าที่บ้านก็จะยิ่งยาวเร็วเท่านั้น ซึ่งส่งผลเสียตามมาหากไม่ดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัตว์เลื้อยคลานดุร้าย รวมถึงค่าใช้จ่ายดูแลสวนเป็นสิ่งที่ราคาแพงตั้งแต่ 2,000-4,000 บาทต่อเดือนเลยด้วยซ้ำ 


ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ทำให้พื้นที่จำนวนมากอาจไม่ได้ถูกใช้งานจริง

ต้องเกริ่นนิดนึงก่อนว่าที่คนยุคใหม่มองว่าบ้านหลังใหญ่เกินความจำเป็นของพวกเขา เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่า ‘พื้นที่ตาย’ (Dead Space) พื้นที่หรือห้องที่ไม่ได้ถูกใช้งานจริงเลย ซึ่งก็ไม่ตอบโจทย์กับบ้านหลังไซส์เล็กลงมาที่ทุกห้องได้ผ่านการคิดมาแล้วว่าจะถูกนำมาใช้งานจริง

- หลายห้องในบ้านอาจกลายเป็นพื้นที่รกร้าง: คนไทยมักจะคุ้นเคยดีกับ ‘ห้องรับแขก’ แต่ว่าคนยุคใหม่เราสามารถนิยามเขาว่าเป็น Outdoor People ที่เน้นพบปะสังสรรค์ในพื้นที่ข้างนอกมากกว่า หรือถ้าชวนมาบ้านก็จะเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย เท่านั้น เพราะเมื่อพื้นที่กว้างมากเท่าไหร่ และรองรับคนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเสียเวลาดูแลรักษามากเท่านั้น

- พฤติกรรมการใช้พื้นที่เปลี่ยนไป:  และถ้าเราพูดถึงการใช้ชีวิตในบ้านกันต่ออีกนิด คนรุ่นใหม่มักมองหาสิ่งที่เป็น Multi-functional Space ไม่ว่าจะจากโต๊ะทำงานที่สามารถกลายเป็นโต๊ะกินข้าวรวมถึงจุดดูหนังส่วนตัว หรือเปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายเบา ๆ เป็นต้น


เทรนด์ Minimalism มีอิทธิพลต่อการเลือกบ้าน


- คนรุ่นใหม่จำนวนมากให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย Minimalism:  และจากทั้งหมดที่เล่ามา นำมาสู่เทรนด์ที่วนกลับมาอีกครั้งของการเลือกบ้านไปจนถึงแต่งห้องของ Minimal Style ที่น้อย สะอาด สบายตา ทุกสิ่งที่เลือกคือสิ่งที่ใช้งานได้จริง ด้วยฟังก์ชันของการเป็น ‘พื้นที่สบายใจ’ เพื่อให้ได้พักหรือหลบหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอกทุกครั้งที่เปิดประตูเดินเข้าห้องมา

- บ้านที่ใหญ่ขึ้น อาจหมายถึงภาระที่มากขึ้น: บ้านที่ใหญ่เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะจำนวนสมาชิกครอบครัว การวางแผนให้เป็น Home Office ที่มีลูกจ้าง อาจเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านที่ดูแลจัดการได้ง่าย ก็อาจเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นจนเกินไป

- แนวคิด "Less Space, Better Living":  และเมื่อคนรุ่นใหม่เลือกพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้งาน ทุกจุดจึงต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะจากเฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายมากกว่าอย่างเดียว ไปจนถึงการกำหนดพื้นที่ว่างเพื่อให้ได้รู้สึกว่าพักผ่อนจริง ๆ ก็สอดคล้องกับแนวคิด Minimalism ของคนยุคนี้เหมือนกัน


สุดท้ายแล้วความพึงพอใจในการเลือกที่อยู่อาศัย ที่สุดท้ายเราจะเรียกด้วยคำที่อบอุ่นว่า ‘บ้าน’ เป็นสิ่งปัจเจกซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการ ข้อจำกัด  และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล แต่สำหรับปีที่คนยุคใหม่กำลังทำให้พื้นที่เล็ก ๆ ของพวกเขา เพียงพอต่อการมีชีวิตที่ดีให้เราเห็นอยู่ แล้วถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังออกแบบชีวิตของตัวเองด้วยบ้านสักหลังอยู่ล่ะก็ สามารถพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   พร้อมช่วยซัพพอร์ตทุกสมดุลของที่อยู่อาศัยให้ทุกคน


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือปลูกสร้าง กับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด  และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ

ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ  และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร  และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000



บทความที่เกี่ยวข้อง