GHB Big Family Logo
login

บ้านสำหรับคนรักสุขภาพ พื้นที่ออกกำลังกาย และฟิตเนสส่วนตัว

  1. บ้านสำหรับคนรักสุขภาพ พื้นที่ออกกำลังกาย และฟิตเนสส่วนตัว

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 6/7/2569


เทรนด์ดูแลสุขภาพที่มาแรง ไม่ได้ส่งผลต่อแค่ชีวิตของคนออกกำลังกายข้างนอกบ้าน แต่ว่ายังส่งผลถึงการออกแบบบ้านอีกด้วย และนี่คือการมาถึงของ ‘Home Gym’ ไม่ใช่แค่มีสำหรับคนออกกำลังกายที่ไม่อยากออกจากบ้าน แต่มีเพื่อที่จะได้จัดสรรเวลาชีวิตได้ง่ายขึ้น (เป็นเหตุผลว่าทำไมคอนโดที่มียิมถึงได้รับความนิยม) บทความนี้สำหรับคนที่กำลังจะทำบ้านให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย นี่คือทั้งหมดที่คุณต้องรู้ !


ประเภทของพื้นที่ออกกำลังกายในบ้าน


  • มุมออกกำลังกายขนาดเล็ก (Home Workout Corner) : ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดมียิมในบ้านก็ได้ เพราะใช่ว่าบ้านที่ดีจำเป็นที่ต้องมีอุปกรณ์ระดับฟิตเนส เพราะฉะนั้น เราสามารถแบ่งบางส่วนของพื้นที่ในบ้าน เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย อาจจะเป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ส่วนกลางของบ้าน หรือบริเวณลานหน้าบ้าน และอุปกรณ์ออกกำลังกายก็อาจจะเลือกเหล่านี้ เช่น เสื่อโยคะ (Yoga Mat), ดัมเบล (Dumbbell), เชือกกระโดด (Jump Rope), ม้านั่งออกกำลังกาย (Bench) เป็นต้น 
  • ห้องฟิตเนสส่วนตัว (Home Gym Room) : แต่เมื่อไหร่ที่บ้านมีพื้นที่มากขึ้น-มากพอต่อการสร้างพื้นที่ของห้องฟิตเนส ขั้นตอนแรกสุดให้วัดพื้นที่ขนาดของห้องสำหรับวางอุปกรณ์ออกกำลังกาย พร้อมกับดีไซน์ตำแหน่งของอุปกรณ์ ถ้าเป็นเครื่องออกกำลังกาย เช่น ลู่วิ่งไฟฟ้าก็จำเป็นที่จะต้องมีเต้ารับไฟฟ้าอยู่ สุดท้ายคือเรื่องตำแหน่งของหน้าต่าง และประตู แสงแดดเข้าทางไหน เพราะสิ่งนี้ช่วยให้เรามีความสุขในการออกกำลังกายมากกว่าเดิม และเมื่อนั้นเราสามารถที่จะเลือกอุปกรณ์ที่ซีเรียสมากขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับขนาดที่ใหญ่มากขึ้น เช่น ลู่วิ่งไฟฟ้า (Treadmill), เครื่องบริหารกล้ามเนื้อแบบ Multi Function, เครื่องเดินวงรี (Elliptical), บาร์เบล (Barbell) เป็นต้น 
  • พื้นที่กลางแจ้ง (Outdoor Fitness) : นอกจากภายในบ้านจะเป็นที่ออกกำลังกายได้แล้ว พื้นที่นอกบ้านก็ยังเป็นพื้นที่ออกกำลังกายที่ดีที่สุดอีกที่ ซึ่งไม่ใช่แค่การวางอุปกรณ์เอาไว้ข้างนอก แต่ต้องคิดให้เป็น Wellness Space ตอบโจทย์ได้จริง ไม่ว่าจะเลือกสร้าง ‘ยาง EPDM’ ที่ซับแรงกระแทกได้ดี หรือ ‘หญ้าเทียมเกรดพรีเมียม’ ที่ไม่ระคายเคืองต่อผิวแพ้ง่าย และใช้ออกกำลังกายได้จริง
  • พื้นที่เฉพาะทาง (Specialized Zones) : สำหรับบ้านที่ถูกดีไซน์มาตั้งแต่แรกแล้วโดยวาง Sport Activity ที่อยู่กับบ้านโดยเฉพาะ ก็สามารถเลือกได้ทั้งมี ‘สระว่ายน้ำ’, ‘ผาจำลอง’, ‘สนามฟุตซอล’, ‘ตีปิงปอง’, ‘สนามแบดมินตัน’ เป็นต้น


ไอเดียการออกแบบบ้านให้ใช้งานได้จริง และสวยงาม


  • Minimal Design : ว่ากันด้วยความสวยงาม สบายตาในการออกแบบบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ออกกำลังกาย รวมถึงไม่ทำให้รู้สึกหดหู่เวลาที่ต้องอยู่ที่บ้าน เช่นเดียวกับ Yoga Room ที่ฟังก์ชันต้องสร้างความสบายใจให้กับคนออกกำลังกาย การทำให้ Home Gym ของเราสบายตา สะอาด ใช้สี Pantone อย่างฟ้าอ่อน สีครีม เข้ามาช่วยแต่งแต้มความสบายตา รวมถึงเลือกวางอุปกรณ์ออกกำลังกายในส่วนที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภายนอกได้ Minimal Design ทำให้เราสบายใจที่จะออกกำลังกาย
  • Loft Style : สำหรับสไตล์นี้ที่เอาความไม่สมบูรณ์มาเป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์ในการดีไซน์ ไม่ว่าจะจากปูนเปลือย ผนังก่ออิฐโชว์แนว หรือเหล็ก นอกจากที่การตกแต่งสไตล์จะโชว์ตัวตนของผู้อยู่อาศัยที่ชอบอะไรไม่เหมือนใคร ยังเป็น vibe ของห้องที่ช่วยเพิ่ม energy ในการออกกำลังกาย รู้สึกอยาก push ตัวเองให้ไปไกลกว่าสถิติในทุกวันอีกด้วย
  • Nature Maker : ไม่ใช่แค่พึ่งความสวยงามจากธรรมชาติภายนอก แต่ว่าภายในห้องออกกำลังกาย เราสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากดอกไม้ในแจกัน หรือกระถางต้นไม้เล็ก ๆ ก็ช่วยให้เราไม่อึดอัดสำหรับการอยู่ใน Workout Session เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
  • Glass Design : ข้อดีอันดับแรกคือกระจกทำให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามา ซึ่งหมายถึงทำให้เราใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่กระจกช่วยสร้างมิติในห้องให้มีความกว้าง และลึกมากขึ้น แก้ไขความอึดอัดของห้องแคบได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแค่เราเลือกติดตั้งกระจกเงาขนาดใหญ่บนผนังด้านใดด้านหนึ่ง หรือ ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบของกระจก เช่น โต๊ะ หรือตู้เก็บของ สุดท้ายคือสามารถใช้กระจกเป็นตัวกั้นห้อง


ข้อดีของการมีฟิตเนสส่วนตัวในบ้าน



  • ประหยัดเวลาเดินทาง : กลับมาจัดสรรเวลาชีวิต ให้ ‘การออกกำลังกาย’ สามารถถูกใส่ในกิจกรรมประจำวันได้อีกครั้ง ไม่ใช่แค่สำหรับคนทำงานที่สามารถ Work From Anywhere แต่สำหรับคนที่ต้องเข้าออฟฟิศ การมีเครื่องออกกำลังกายในบ้าน ทำให้เราสามารถออกกำลังกายในตอนเช้าก่อนออกจากบ้านได้เลย หรือถ้าวันไหนเลิกงานเร็ว ก็สามารถเปลี่ยนมาออกตอนกลางคืนได้ด้วย 
  • ออกกำลังกายได้ทุกเวลา : เมื่อไม่ต้องเดินทางไปยิม ไม่ว่าจะวันธรรมดาหรือวันหยุด เราสามารถเลือกออกกำลังกายได้ตลอดเวลาเพราะว่ามีพื้นที่ และอุปกรณ์พร้อมรอคุณเสมอ 
  • ความเป็นส่วนตัวสูง : ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคนที่รู้สึกกดดันเมื่อต้องไปยิมแล้วเจอคนเยอะ ๆ โดยเฉพาะกับคนที่เริ่มต้นวันแรก (Day 1) จะเปลี่ยนตัวเองออกกำลังกายวันแรก ช่วงที่อยากที่สุดเสมอคือช่วงแรก และเราคงไม่ต้องการสายตารอบข้างมากดดันอย่างแน่นอน 
  • ปรับโปรแกรมได้ตามใจ : เราสามารถเลือก Leg Day ที่ขาต้องทำงานหนักในกลางสัปดาห์ได้ถ้ามีเครื่องออกกำลังกายอยู่ในบ้าน หรืออยากเล่น Chest Day ในวันศุกร์ก่อนออกไปสังสรรค์ต่อก็ทำได้ ไม่ว่าจะอยากออกกำลังกายหนักหรือเบาในวันไหน การมีเครื่องออกกำลังกายที่บ้านตอบโจทย์ทั้งหมด
  • ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว : ในวันที่โลกของสุขภาพมาพร้อมกับระบบ subscription ต้องจ่ายเงินรายเดือนเพื่อเช่าพื้นที่ และอุปกรณ์ในราคาที่ไม่น้อย การมีอุปกรณ์ซื้อเป็นของตัวเอง อาจจะแพงในทีแรก แต่คุ้มค่ากว่ามากในระยะยาว


Home Gym เหมาะกับใครบ้าง


  • คนไม่มีเวลาไปฟิตเนส : ยิ่งอยู่ในเมืองที่ต้องเจอรถติดเป็นประจำ หรือการงานที่ไม่มีเวลาเข้างาน และออกงานตายตัว บางครั้งเราก็ไม่สามารถออกแบบเวลาได้ถ้าต้องไปยิม แต่กับ Home Gym เราสามารถออกกำลังกายได้ตลอดเวลา
  • คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ : ออกกำลังกายตลอดอยู่แล้ว นอกจากประหยัด อุปกรณ์ออกกำลังกายอยู่ในบ้านจะเริ่มตอนไหน หยุดเมื่อไหร่ และกลับมาเริ่มอีกครั้งได้ตามที่ต้องการ
  • ครอบครัวสายสุขภาพ : สำหรับคนที่มีครอบครัว และสร้างพื้นที่ฟิตเนส Home Gym นี่คือกิจกรรมที่สมาชิกจะได้สนุกไปด้วยกัน แถมยังได้สุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอีกด้วย


Home Gym กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การออกแบบบ้านยุคใหม่ที่สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฟิตเนสข้างนอก แต่สามารถเริ่มต้นได้ในพื้นที่ของตัวเอง ทั้งมุมออกกำลังกายเล็ก ๆ ในบ้าน ห้องฟิตเนสส่วนตัว ไปจนถึงพื้นที่กลางแจ้งหรือโซนเฉพาะทางต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดช่วยให้การจัดสรรเวลา และการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ง่าย และต่อเนื่องมากขึ้น อีกทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ความสะดวก และความคุ้มค่าในระยะยาว ดังนั้นการมีพื้นที่ Home Gym จึงไม่ใช่แค่เรื่องของอุปกรณ์ออกกำลังกาย แต่เป็นการออกแบบบ้านให้รองรับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง ซึ่งหากต้องการปรับปรุงหรือเพิ่มฟังก์ชันให้บ้านรองรับไลฟ์สไตล์สุขภาพนี้ การวางแผนทางการเงินผ่านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของ  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การสร้างบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิต และสุขภาพเป็นเรื่องที่เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ

ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000



บทความที่เกี่ยวข้อง