
คำว่า ‘Feng Shui’ทุกคนอาจจะสงสัยว่าคืออะไร แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ฮวงจุ้ย’ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักคำนี้ และก็เชื่ออีกว่าไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสิ่งนี้มีส่วนสำคัญในการออกแบบบ้านไม่ว่าจะในช่วงเวลาไหนก็ตาม
ความหมายของคำว่า ‘ฮวงจุ้ย (Feng Shui)’ แปลว่า การอยู่อาศัยเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นปรัชญา และคติที่มาจากจีนยาวนานกว่า 4,000 ปี ซึ่งแก่นแท้ของสิ่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากหลักการธรรมชาติ โดยคำว่า ‘ฮวง (Feng / 风)’ แปลว่า ‘ลม’ และ ‘จุ้ย (Shui / 水)’ แปลว่า ‘น้ำ’ จึงหมายถึงการดึงพลังธรรมชาติให้มาอยู่รอบตัว เพื่อส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านมีความสุข ความรุ่งเรือง และสุขภาพที่ดี บทความนี้จะพาไปดูกันว่าความสำคัญของฮวงจุ้ย กับการออกแบบบ้าน ที่จะเข้ามาสัมพันธ์กับชีวิตที่มีความสุขของผู้อยู่อาศัยได้อย่างไร
พื้นฐานของ Feng Shui ที่ควรรู้

พลังชี่ (Chi) ในบ้าน :
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก็คือ หลักการทำงานของฮวงจุ้ย จะใช้สิ่งที่เรียกว่า ‘พลังชี่ (Chi)’ ซึ่งหมายถึงพลังงานชีวิตที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเรา ซึ่งพอเป็นการออกแบบบ้าน ก็เป็นเรื่องของสิ่งเหล่านี้
- ‘การเปิดรับแสง และสายลม’ หมายถึงการออกแบบทิศทางลมในบ้าน เพื่อให้เกิดอากาศบริสุทธิ์ที่เป็นพลังงานดีไหลเวียนผ่านเข้าบ้านได้ตลอดเวลา
- ‘การจัดระเบียบของบ้าน (Declutter)’ ตามหลักฮวงจุ้ย และพลังชี่บ้านจะต้องสะอาดเพื่อไม่เป็นอุปสรรคป้องกันทางลม รวมถึงกักเก็บฝุ่นจนพลังงานดีสะดุด
- ‘การเพิ่มชีวิตชีวา (Add Vitality)’ การให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน หรือการมีตู้ปลาที่เห็นการเคลื่อนไหวของน้ำ ก็เป็นการส่งเสริมพลังชี่ด้วยธรรมชาติ
การแบ่งโซนบ้านตามหลัก Bagua :
ว่าด้วยการดีไซน์ผังของบ้าน ในฮวงจุ้ยจะใช้หลักที่เรียกว่า ‘ปากัว (Bagua)’ มีความหมายถึงอักษรจีน 8 สัญลักษณ์ โดยจะเป็นสัญลักษณ์ขีด 3 ชั้น เป็น Trigram จำนวน 8 ชุด ที่วางรวมเป็นรูป 8 เหลี่ยมล้อมรอบจุดศูนย์กลาง เป็นการออกแบบบ้านตามทิศเพื่อส่งเสริมชีวิตที่ดีตามนี้
- ทิศเหนือ (ธาตุน้ำ): ส่งเสริมเรื่องของการงาน และเส้นทางของชีวิต
- ทิศใต้ (ธาตุไฟ): ส่งเสริมลาภยศ และชื่อเสียง
- ทิศตะวันออก (ธาตุไม้): ส่งเสริมสุขภาพ และความสัมพันธ์ในครอบครัว
- ทิศตะวันตก (ธาตุทอง): ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และความสุขของคนในบ้าน
- ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ธาตุดิน): ส่งเสริมความรู้ และความสงบทางจิตวิญญาณ
- ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ธาตุไม้): ส่งเสริมการเงิน และความมั่งคั่ง
- ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ธาตุทอง): ส่งเสริมดวงผู้อุปถัมภ์ และการเดินทางอย่างปลอดภัย
- ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ธาตุดิน): ส่งเสริมความรัก และการใช้ชีวิตคู่
สี และวัสดุที่ส่งเสริมพลังชี่ :
ทีนี้มาต่อกันด้วยสีที่สอดคล้องกับธาตุของคนในบ้าน วิธีการเลือกให้เสริมดวงจะมีหลักการหลายแบบ และเราขอยกตัวอย่างหนึ่งในวิธีการออกแบบที่ให้พลังชี่เข้ามาเสริมชีวิตที่ดีของทุกคนกัน
- คนธาตุน้ำ : หาของที่มีความเกี่ยวข้องกับน้ำเข้ามาออกแบบบ้าน ไม่ว่าจะมีน้ำพุ หรืออ่างน้ำบางอย่าง - สีมงคลคือสีฟ้า/ดำ
- คนธาตุไม้ : แต่งบ้านด้วยของประดับที่ทำมาจากไม้ ไม่ว่าจะวัสดุพื้น ตู้ หรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน - สีมงคลคือสีเขียว/น้ำตาล
- คนธาตุทอง : ต้องวางของประดับที่มีรูปทรงวงกลม และไม่มีเหลี่ยมมุม อาจจะเป็นหมอนที่อยู่บนโซฟา ไอเทมแต่งบ้าน - สีมงคลคือสีขาว/เงิน/เทา
- คนธาตุดิน : ให้แต่งบ้านด้วยหินมงคล - สีมงคลคือสีน้ำตาลอ่อน/สีอิฐ
- คนธาตุไฟ : หาของประดับบ้านที่มีการใช้งานหรือว่าสื่อถึงเปลวไฟ ไม่ว่าจะตะเกียงหรือว่าเทียน - สีมงคลคือสีม่วง/แดง/ชมพู/เหลือง
การจัดบ้านตาม Feng Shui
- ประตู และทางเข้า : เสริมสร้างฮวงจุ้ยกันตั้งแต่ ‘ประตูทางเข้า’ เพราะว่าประตูบ้านที่ดีเป็นการเปิดรับทรัพย์ และโชคเข้าบ้าน มีเคล็ดลับง่าย ๆ ไม่ว่าจะห้ามมีสิ่งกีดขวางในระยะ 45 องศา ไม่ว่าจะต้นไม้ ตึก หรือว่าสิ่งก่อสร้างอะไรก็ตาม และห้ามประตูหน้าบ้านตรงกับประตูหลังบ้าน ซึ่งเป็นการหมายถึงทรัพย์สินรั่วไหล
- ห้องนอน : ห้องนอนที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย จะต้องมีแสงแดดธรรมชาติส่องเข้ามาในตอนกลางวันเพียงพอ รวมถึงมีลมธรรมชาติพัดผ่านเข้ามาได้ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยถ่ายเทพลังงานด้านบวกให้ทั่วห้อง ทั้งยังเป็นการส่งเสริมเรื่องของสุขภาพ รวมถึงจิตใจของคนที่อยู่ในบ้านด้วย และที่สำคัญคือตำแหน่งของเตียงนอนต้องวางทแยงกับประตู พร้อมชิดกับผนังด้านใดก็ได้ ไม่ควรวางตรงกับหน้าประตูเข้าห้องนอน จะทำให้สุขภาพไม่ดี
- ห้องครัว : เพราะว่าห้องครัวเป็นสิ่งที่สร้างครอบครัวที่ดี ข้อสำคัญในการออกแบบคือห้ามวางเตาตรงข้ามกับหรือติดกับซิงค์ล้างจาน เพราะว่าในหลักฮวงจุ้ยหมายถึง “น้ำพิฆาตไฟ” และต่อมาคือตำแหน่งของครัวเวลาทำอาหารจะต้องสามารถมองเห็นคนเดินผ่านไปมาในบ้านได้
- ห้องนั่งเล่น และพื้นที่รวม : ในหลักความสมดุลของหยินหยาง ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ของ ‘หยาง’ ซึ่งต้องการความปลอดโปร่ง ในการจัดวางตำแหน่งของโซฟาไม่ควรเป็นโซฟาลอยตัวกลางห้อง และหันหลังให้ประตู แต่ควรเป็นโซฟาที่อยู่ติดกับผนังทึบ ซึ่งหมายถึงการมีคนคอยซัพพอร์ต และควรจัดวางให้คนนั่งมองเห็นประตูทางเข้ารวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง เพื่อสร้างความรู้สึกของการเป็นคนควบคุมพื้นที่ เพราะว่าห้องนั่งเล่นเป็นที่เสริมพลังชีวิต
การจัดบ้านแบบ Feng Shui สำหรับกิจกรรมประจำวัน

- การจัดมุมทำงานเพื่อ Productivity และสมาธิ : การจัดโต๊ะทำงานในบ้านมีวิธีการออกแบบได้หลากหลายระดับ ซึ่งจะแบ่งตามตำแหน่งงานของคุณเอง เช่น ‘โต๊ะทำงานเจ้าของกิจการ’ ควรอยู่หลังสุดของห้องเพื่อเป็นการสื่อถึงว่าคุณเป็นผู้ควบคุมของบริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องมองเห็นทัศนวิสัยการทำงานภาพกว้างทั้งหมด เป็นต้น และสำหรับ ‘เก้าอี้ทำงาน’ ควรเป็นเก้าอี้ที่ไม่มีล้อเลื่อน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง รวมถึงในการทำงานเป็นการสร้างสมาธิด้วย
- มุมพักผ่อน และอ่านหนังสือเพื่อลดความเครียด : จุดที่ควรจะเป็นความปลอดโปร่ง ไม่ควรมีของเกะกะ เป็นพื้นที่ที่แสงธรรมชาติเข้ามาส่งเสริมพลังบวก และเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่ทึบ มองเห็นภาพรวมในบ้าน นอกจากส่งเสริมฮวงจุ้ยแล้ว ยังเป็นพื้นที่ฟังก์ชันเพื่อความสบายใจในการอาศัยอยู่ในบ้าน
- การวางต้นไม้ และน้ำตกจำลองเพื่อพลังบวก : อย่างที่บอกว่าธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานที่เป็นแกนสำคัญของฮวงจุ้ย การปลูกต้นไม้เสริมพื้นที่สีเขียวในบ้าน ช่วยเพิ่มพลังงานบวก และปรับสมดุลให้บ้านร่มเย็น รวมถึงเสริมโชคลาภ และความมั่งคั่ง และสิ่งที่เป็นน้ำเป็นสิ่งที่ส่งเสริมพลังชี่ที่อยู่รอบตัวโดยตรง ไม่ใช่แค่ความสงบ แต่ยังเป็นการให้พลังงานบวกอย่างไหลลื่น
เคล็ดลับ Feng Shui ที่ทำได้ง่าย ๆ
การสร้างฮวงจุ้ยในบ้านไม่ได้หมายความว่าต้องเริ่มทำตั้งแต่สร้างบ้าน หรือสร้างบ้านไปแล้วต้องรีโนเวทบ้านทั้งหลัง แต่เราสามารถสร้างโชคดี และเพิ่มความมงคลให้บ้านได้ด้วยการขยับจับปรับมุมเล็กน้อย ก็สามารถทำให้กลายเป็นบ้านที่ส่งเสริมความมงคลของคนที่อยู่ในบ้านได้แล้ว
- การปรับมุมเล็กน้อย : การเลือกดีไซน์มุมภายในบ้านเป็นสิ่งที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด แถมยังเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถสร้างมุมใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะสร้างมุมพักผ่อน ด้วยการเลือก Room Diffuser หรือหยิบดอกไม้ที่ชอบมาใส่แจกัน รวมถึงวางหนังสือเล่มโปรดไว้ใกล้ ๆ หรือมุม Productivity ที่ไม่ใช่เรื่อองของงาน แต่อาจจะเป็นพื้นที่บอร์ดเกม ซึ่งดึงความคิดสร้างสรรค์ของหลากคนมาเจอกัน
- ของตกแต่ง และสีสันง่าย ๆ ที่ช่วยสร้างพลังบวก : อีกหนึ่งสิ่งที่ง่ายไม่แพ้กันคือการเลือกของมาประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะภาพงานศิลปะสบายตาสวย ๆ มาประดับทิศเหนือในห้องนั่งเล่น เพื่อเสริมพลังบวกในหน้าที่การงาน หรือใส่ดอกไม้ที่มีสีแดงวางเอาไว้ที่ห้องนั่งเล่น เพื่อเป็นการลดความขัดแย้งในบ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ฮวงจุ้ย (Feng Shui) คือแนวคิดการออกแบบบ้านที่ให้บ้านสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสมดุล สบายใจ และอยู่แล้วมีพลังงานที่ดีขึ้น ผ่านการจัดวางทิศทางบ้าน ห้องต่าง ๆ สี และองค์ประกอบภายในบ้านให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสง การระบายอากาศ หรือการใช้ธรรมชาติเข้ามาเสริมบรรยากาศ ซึ่งสามารถปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน สำหรับใครที่กำลังวางแผนมีบ้านใหม่หรืออยากปรับปรุงบ้านให้ดีขึ้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ก็มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่รองรับทั้งการซื้อ สร้าง และต่อเติมบ้าน เพื่อช่วยให้การมีบ้านที่อยู่สบาย และถูกใจมากขึ้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น
หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ
ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000