GHB Big Family Logo
login

ระบบระบายอากาศในบ้านสำคัญแค่ไหน ออกแบบอย่างไรให้เวิร์ก

  1. ระบบระบายอากาศในบ้านสำคัญแค่ไหน ออกแบบอย่างไรให้เวิร์ก

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 6/7/2569


เพราะเรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่อากาศในแต่ละวัน เรียกได้ว่าปราศจากความบริสุทธิ์ต่างจากสมัยก่อน ไม่ว่าจะทั้งจากฝุ่น PM2.5 ตัวร้าย หรือแม้แต่ฝุ่นควันมลพิษทางอากาศที่ถูกปล่อยจากการใช้รถยนต์บนท้องถนน จำนวนมากในทุกวัน ไม่มีเวลาไหนที่สามารถถอดหน้ากากอนามัยออกจากบ้านได้เลย  บทความนี้จะพาไปรู้จักกับตัวช่วยในวันที่อากาศเลวร้าย ซึ่งก็คือ ‘ระบบระบายอากาศภายในบ้าน’ ที่จะช่วยให้การอาศัยอยู่ในบ้าน เป็น Safe Zone ที่เราสามารถหายใจด้วยอากาศบริสุทธิ์ได้จริง


ระบบระบายอากาศคืออะไร

ความหมายของระบบระบายอากาศภายในบ้าน หรือที่เรียกว่า (Home Ventilation System) ก็คือนวัตกรรมซึ่งจะเข้ามาช่วยจัดการหมุนเวียนเอาอากาศเก่าหรืออากาศที่เสียออกจากภายในบ้าน พร้อมกับจัดการเติมอากาศใหม่ที่บริสุทธิ์เข้ามาแทนที่ เป็นนวัตกรรมที่เข้ามาแก้ Pain point ของบ้านสมัยใหม่ที่ออกแบบมาให้ปิดสนิทไม่มีช่องระบายอากาศ จนบ่อยครั้งทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้

ระบบระบายอากาศภายในบ้าน ที่นิยมใช้จะมีอยู่ 2 ประเภท 

1.ระบบแรงดันบวก (Positive Pressure / PIV) : การทำงานของเครื่องนี้ คือการที่เครื่องจะดูดอากาศจากภายนอก เข้าผ่านเครื่องกรอง แล้วปล่อยอากาศที่สะอาดเข้ามาในบ้านแทน

2.ระบบแรงดันสมดุล (Balanced Pressure / HRV) : ระบบนี้จะทำงานคู่กันด้วยพัดลม 2 ตัว-ตัวที่หนึ่งดูดอากาศเสียออกจากภายในบ้าน ตัวที่สองจะเติมอากาศดีเข้าไปแทน ความพิเศษที่ต่างจากระบบแรงดันบวก อยู่ตรงที่ระบบนี้มีระบบแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งสามารถเอาความเย็นหรือความร้อนจากอากาศที่จะปล่อยทิ้งนอกบ้าน มาถ่ายเทให้กับอากาศใหม่ที่เติมเข้ามา เพื่อรักษาอุณหภูมิห้องให้คงที่ได้ด้วย


ทำไมระบบระบายอากาศถึงสำคัญมาก


  • ด้านสุขภาพ : ข้อสำคัญของการติดตั้งระบายอากาศภายในบ้านไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม เหตุผลสำคัญเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้มีสุขภาพที่ดีจากการหายใจอากาศที่สะอาดเข้าไปทุกวัน เพราะว่าบ้านจะถูกควบคุมความชื้นในทุกส่วน ตัวร้ายของการเกิดปัญหากับระบบทางเดินหายใจ และระบบระบายอากาศยังช่วยลดสิ่งสกปรกที่ลอยอยู่ในอากาศ ไม่ว่าจะละออง กลิ่น เชื้อโรค หรือมลพิษแบบไหนก็ตามอีกด้วย
  • ด้านความสบาย : เพราะว่าอากาศถ่ายเทได้ดีเป็นพิเศษ ช่วยให้อุณหภูมิภายในบ้านลดลง ยิ่งกับประเทศไทยที่อากาศร้อนแทบจะตลอดทั้งปี นี่คือตัวช่วยสำคัญ
  • ด้านโครงสร้างบ้าน : ที่เล่าไปก่อนหน้าคือระบบระบายอากาศที่เรียกว่า ‘ระบบระบายอากาศแบบวิธีกล (Mechanical Ventilation)’ แต่ยังมีระบบระบายอากาศอีกประเภทคือ ‘ระบบระบายอากาศธรรมชาติ (Natural Ventilation)’ ซึ่งก็คือการออกแบบ ประตู หน้าต่าง หรือช่องลม เพื่อให้ภายในบ้านเกิดการถ่ายเท ซึ่งส่วนนี้จะถูกคิดอยู่ในตอนที่ออกแบบภายในของบ้าน ที่จะมีส่วนสำคัญต่อโครงสร้างบ้านมาก ๆ ต่างจากแบบวิธีกลที่เป็นส่วนเสริมติดตั้งตามมาทีหลังได้


สัญญาณว่าบ้านคุณระบายอากาศไม่ดี


  • กลิ่นอับสะสม : ทันทีที่มีกลิ่นอับสะสมภายในบ้าน คิดไปได้เลยว่าบ้านของคุณกำลังมีความชื้นที่สูง และตามมาด้วยเชื้อรา รวมถึงแบคทีเรียซึ่งกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
  • ห้องน้ำชื้นนาน : เข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ก็รู้สึกว่าจะจามอย่างหนัก แสดงว่าห้องน้ำของคุณกำลังสะสมไรฝุ่น และเชื้อรา อันเป็นตัวสร้างปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจของผู้อาศัยในบ้าน ซึ่งระดับความชื้นที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 40-50% เท่านั้น
  • มีเชื้อราตามผนังหรือฝ้า : แน่นอนว่าจุดดำ ๆ เขียว ๆ ที่อยู่บนผนัง คือการแสดงว่าเชื้อรากำลังเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงกว่า 60% เชื้อราเหล่านี้จะปล่อยสปอร์ที่เป็นพิษออกมาในอากาศ ที่จะทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคุณให้อ่อนแอลง  
  • ปิดแอร์แล้วอึดอัด หายใจไม่โล่ง : เป็นสัญญาณที่บอกอะไรได้หลายอย่าง ทั้งค่าคาร์บอนไดออกไซด์สูง, ค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) จากสารเคมีจากเฟอร์นิเจอร์ที่สูงจนเกินไป ซึ่งเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างชัดเจน
  • ฝุ่นสะสมเร็วผิดปกติ : เราจะรู้ได้ว่าฝุ่นสะสม และอากาศเริ่มเลวร้ายลงเรื่อย ๆ จากการที่คนในบ้านเริ่มจาม คัดจมูก จนไปถึงคนที่เป็นโรคหอบหืดหรือมีภูมิแพ้อยู่แล้วเริ่มเป็นโรคเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ


รู้จัก ‘Cross Ventilation’ หลักการออกแบบระบบระบายอากาศให้เวิร์ก

สิ่งที่เรียกว่า ‘Cross Ventilation’ ก็คือการออกแบบทิศทางลมภายในบ้าน ให้สามารถถ่ายเทได้สะดวกตลอดเวลา โดยการใช้การวางตำแหน่งหน้าต่างบนผนังของห้อง (อย่างน้อยสองด้าน) เพื่อให้มีช่องทางให้ลมเข้า และออกตัวบ้าน โดยที่ในด้านหนึ่งของบ้านจะออกแบบให้มีช่องลมเพื่อให้ลมเข้า ในขณะที่อีกด้านจะเป็นหน้าต่างหรือช่องเปิดที่ช่วยให้ลมไหลเวียนออกไปได้ เป็นที่มาของการออกแบบวางตัวบ้านให้ด้านยาวของบ้านขวางทิศทางลมประจำปี เพื่อทำให้อากาศถ่ายเทได้อย่างทั่วถึง

และถ้าพูดถึงวิธีที่ง่ายกว่านั้น โดยที่ไม่ต้องยุ่งกับการดัดแปลงโครงสร้างหรือต่อเติมตัวบ้านเลย เราก็ยังสามารถใช้วิธีเปิดหน้าต่างในบางครั้ง และปิดหน้าต่างให้เป็นเวลา เพื่อให้อากาศได้ไหลเวียนถ่ายเทภายในบ้าน ไปจนถึงใช้ตัวช่วยอย่างการเปิดพัดลมเพื่อถ่ายอากาศที่เสียออกไป พร้อมกับรับอากาศที่บริสุทธิ์เข้ามาแทนที่ เช่นเดียวกับการทำงานของระบบระบายอากาศแบบวิธีกล


ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบระบายอากาศตั้งแต่ตอนสร้างบ้าน หรือการปรับปรุงบ้านเดิมให้ถ่ายเทอากาศได้ดีขึ้น เป้าหมายก็เพื่อให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่หายใจได้อย่างสบายใจ ท่ามกลางปัญหาฝุ่น PM2.5 และมลพิษในปัจจุบัน เพราะอากาศที่ดีคือพื้นฐานของสุขภาพที่ดีในทุกวัน สำหรับใครที่กำลังวางแผนมีบ้านใหม่หรืออยากปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับการอยู่อาศัยมากขึ้น  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   ก็มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยรองรับทั้งการซื้อ สร้าง และต่อเติมบ้าน เพื่อช่วยให้การมีบ้านที่ทั้งอยู่สบาย และอากาศดีเป็นเรื่องที่ทำได้จริงง่ายขึ้น


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ

ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000



บทความที่เกี่ยวข้อง