GHB Big Family Logo
login

บ้านที่ทำให้เราใช้เวลาหน้าจอน้อยลง การออกแบบที่ช่วย Digital Detox

  1. บ้านที่ทำให้เราใช้เวลาหน้าจอน้อยลง การออกแบบที่ช่วย Digital Detox

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 6/7/2569


หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ แต่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผลสำรวจว่าประชากรติดโซเชียลมีเดียเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ! แต่ทุกคนรู้ดีเลยว่าสถิติระดับโลกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยแม้เพียงสักนิดเดียว เพราะฉะนั้น บทความนี้จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับ Digital Detox Home Design การออกแบบบ้านที่ต่อยอดมาจากเทรนด์ดูแลสุขภาพของโลก เพื่อให้ทุกคนได้กลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง


ทำไมเราถึงใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้นเมื่ออยู่บ้าน

เพราะว่าโลกทุกวันนี้ ไม่สามารถตัดขาดออกจาก  ‘โซเชียลมีเดีย (Social Media)’ ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะออนไลน์ผ่าน Smartphone, Tablet, Laptop และไม่ว่าจะฟังก์ชันเพื่อทำงาน หรือว่าเพื่อการพักผ่อน โลกที่จับต้องไม่ได้บนออนไลน์อยู่ในทุกอณูของชีวิต ไม่แปลกเลยว่าทำไมเมื่ออยู่ใน ‘บ้าน’ เราจึงเลือกที่จะพักผ่อนผ่านหน้าจอเสมอ 

ครั้งหนึ่งในปี 2562 ผลสำรวจจากโครงการสำรวจกิจกรรมทางกายระดับชาติ พบว่าคนไทยใช้เวลากับหน้าจออิเล็กทรอนิกส์เพื่อความบันเทิงโดยเฉลี่ยสูง 3.18 ชั่วโมงต่อวัน และต่อมาเมื่อการมาถึงของ COVID-19 ตั้งแต่ปี 2563 คนไทยใช้เวลาบนโลกออนไลน์สูงกว่าเดิม 4.10 ชั่วโมงต่อวัน และเรากำลังพูดถึงคนในทุกวัย

เมื่อพูดถึงพฤติกรรมการเสพติดหน้าจอในปัจจุบัน ที่เทรนด์โลกพยายามผลิตคอนเทนต์ให้ ‘สั้นลง’ ในปริมาณที่ ‘มากมหาศาล’ ไม่ว่าจะละครคุณธรรมจีนแนวตั้ง, Tik Tok, ยังไม่นับเรื่องของคอนเทนต์จาก AI อีก จนทำให้ผลสำรวจเมื่อปี 2025 ค่าเฉลี่ยล่าสุดพบว่ามีคนไทยบางกลุ่มใช้เวลากับหน้าจอสูงถึงวันละ 10 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว .. สิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียอย่างชัดเจน คำถามสำคัญคือ “เราควรจะทำอย่างไรกันดี?”


แนวคิด Digital Detox ผ่านการออกแบบบ้าน

“Digital Detox คืออะไร?” 

นี่คือ Healthy Activity ซึ่งเป็นการทำขั้วตรงข้ามกับสิ่งที่ถูกเล่าในหัวข้อก่อนหน้า พูดง่าย ๆ ว่าคือการ “งด” เพื่อบำบัดอาการเสพติดเทคโนโลยีดิจิทัลบนอินเทอร์เน็ต แล้วหันมา “พัก” ผ่านกิจกรรมในชีวิตจริงที่ทำให้เกิดการฮีลใจ และร่างกาย ไม่ว่าจะพักสายตาอ่านหนังสือ นั่งสมาธิ หรือว่าออกกำลังกายต่าง ๆ โดยการตัดขาดจากเทคโนโลยี 

จุดประสงค์สำคัญของกิจกรรมที่กลายเป็นแทบจะทุกปี (เพราะว่ามนุษย์ไม่เคยหยุดใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างหนักได้เลย) เป็นเพราะว่าการเสพติดหน้าจอส่งผลเสียอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะทำให้เกิดภาวะเครียด และการได้ถอยห่างออกมาจากชีวิตมากมายของคนอื่นบนโลกอินเทอร์เน็ต ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) รวมถึงร่างกายก็จะสร้างฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) กับ ฮอร์โมนโดพามีน (Dopamine) ให้เรากลับมาสบายตัวสบายอารมณ์อีกครั้ง


หลักการออกแบบบ้านเพื่อลดการใช้หน้าจอ


จะบอกว่าทุกกิจกรรมที่จะเล่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้ซับซ้อน ง่าย และเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้วแต่เผลอลืมไปเพราะว่าการเข้ามาของโซเชียลมีเดีย และนี่คือหลักการออกแบบบ้าน จัดบ้าน ที่ทำให้คนในครอบครัวเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น รวมถึงคนที่อยู่คนเดียวก็ได้กลับมามองตัวเองได้เต็มตาเต็มใจอีกครั้งหนึ่ง


  • สร้างพื้นที่ปลอดหน้าจอ (Screen-Free Zone) : หามุมหนึ่งของบ้าน และเลือกให้เป็น Family-Only Zone, Book Library, No smartphone Zone หรืออะไรก็ตามแต่ที่มีกฎตกลงร่วมกันเลยว่าเป็นพื้นที่ปลอดเทคโนโลยี แต่จะมีแต่การทำกิจกรรมกับตัวเองหรือคนอื่นเท่านั้น
  • ออกแบบพื้นที่ให้ชวนทำกิจกรรมอื่น : ถ้าอยากให้การใช้เทคโนโลยีลดจำนวนชั่วโมงลง ก็ต้องทดแทนที่ด้วยพื้นที่กิจกรรมที่สนุกกว่าเมื่อไม่มีเทคโนโลยี ไม่ว่าจะพื้นที่เล่นบอร์ดเกมซึ่งอนุญาตให้มีแต่ตัวกับความอยากเอาชนะ หรือไปจนถึงโซนข้างบ้านที่เปลี่ยนให้เป็นสนามแบดมินตันหรือสนามฟุตบอล เพื่อให้ทั้งครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกัน
  • ใช้แสงธรรมชาติให้มากขึ้น : กฎพื้นฐานของการออกแบบแสงสว่าง  (Lighting Design) ในการจัดบ้าน ที่มีขึ้นเพื่อให้เราได้ใกล้ชิดกับความเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงตั้งค่านาฬิกาชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เชื่อมต่อกับธรรมชาติ (Nature Connection) : การปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ในบ้าน หรือการทำสวนข้างบ้าน จริง ๆ การดูแลสนามหญ้าให้สวยอยู่เสมอ เหล่านี้ล้วนช่วยให้เราไกลจากเทคโนโลยี แถมจิตใจยังได้ฮีลจากธรรมชาติด้วย
  • ลดสิ่งล่อใจทางดิจิทัลในพื้นที่ส่วนรวม : อย่างที่บอกไปว่าเรื่องสำคัญคือ ‘กฎ’ ในบ้าน และเมื่อเป็นบ้านของครอบครัว พื้นที่ส่วนรวมที่หมายถึงการทำกิจกรรมร่วมกันนั้นสำคัญที่สุดเสมอ เพราะฉะนั้น ควรจะให้เป็นพื้นที่ปลอดการจมอยู่กับโทรศัพท์มือถือจะดีที่สุด
  • ห้องนอนที่ไม่มีทีวี / โซนชาร์จมือถือแยก : เพราะไม่ใช่แค่หน้าจอสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่หน้าจอตั้งแต่คอมพิวเตอร์ไปจนถึงทีวีก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เราติดเข้าไปในโลกโซเชียลมีเดียเหมือนกัน ห้องนอนจึงควรเป็นแค่ห้องนอนเพื่อพักผ่อน รวมถึงสมาร์ทโฟนควรถูกชาร์จอยู่ในจุดเกินมือเอื้อมถึงจากเตียง เพื่อไม่ให้เป็นสิ่งรบกวนเวลานอน


ประโยชน์ที่ได้จากบ้านที่ช่วยลดเวลาหน้าจอ


  • สุขภาพกาย และใจดีขึ้น : สิ่งที่เรียกว่าสำคัญที่สุดอันดับแรกเลย ไม่ใช่แค่ฟื้นฟูสุขภาพกายที่เกิดจากการปวดหลังเพราะอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะเป็นระยะเวลานาน หรือปวดหัวเพราะว่าดวงตาจ้องทั้งวัน แต่ยังช่วยให้สุขภาพใจดีขึ้น ที่เกิดจากการปิดกั้นข่าวสารที่เป็น Toxic News ซึ่งหลาย ๆ ครั้งก็ไม่ได้สำคัญกับชีวิตของเราเลย
  • ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น : เมื่อไหร่ที่ครอบครัวหันหน้าคุยกัน ทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามมาเสมอ  และบ่อยครั้งที่ความสัมพันธ์เริ่มจะไม่ดี สาเหตุส่วนหนึ่งก็อาจเกิดจากการติดโซเชียลมีเดีย จนลืมคนรอบข้างเสมือนว่าไม่มีใครอยู่รอบตัว
  • มีเวลาให้ตัวเอง และกิจกรรมอื่นมากขึ้น : สุดท้าย อะไรจะดีไปกว่าการคืนเวลาให้ตัวของเราเองได้ทบทวนตัวเองอีกครั้ง เพื่อพัฒนาสิ่งที่ดีให้ชีวิต ไม่ว่าจะออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ ฟังเพลง หรือทำอะไรที่สำคัญกว่าความสนุกชั่วคราวบนโลกโซเชียลมีเดีย



ท้ายที่สุดแล้ว การลดการใช้โซเชียลมีเดียอาจไม่ใช่เรื่องของการเลิกใช้ แต่คือการออกแบบวิถีชีวิต และพื้นที่ในบ้านให้ช่วยดึงเราออกจากหน้าจอมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อน พื้นที่กิจกรรมของครอบครัว หรือการเชื่อมต่อกับธรรมชาติเล็ก ๆ ภายในบ้าน เพราะเมื่อบ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ทั้งร่างกาย และจิตใจได้พักจริง ๆ คุณภาพชีวิตของคนในบ้านก็ย่อมดีขึ้นตามไปด้วย สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นออกแบบหรือปรับบ้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   ก็มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยรองรับทั้งการซื้อ สร้าง ต่อเติม และรีโนเวทบ้าน เพื่อช่วยให้บ้านในฝันกลายเป็นพื้นที่ที่ดีต่อการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ

ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000


บทความที่เกี่ยวข้อง