สร้างบ้านเย็นสบาย ไม่ต้องง้อแอร์: เทคนิคเลือกวัสดุก่อสร้างลดความร้อน
ในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย บ้านหลายหลังต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศแทบตลอดเวลา ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริง ความเย็นของบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับแอร์เพียงอย่างเดียว หากเราเข้าใจหลักการถ่ายเทความร้อน และเลือกวัสดุก่อสร้างอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้บ้านเย็นขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และอยู่สบายมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งแอร์หนักเหมือนเดิม
การถ่ายเทความร้อนมี 3 รูปแบบหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านร้อนโดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนอย่างประเทศไทย การเข้าใจหลักการเหล่านี้จะช่วยให้สามารถออกแบบบ้าน เลือกวัสดุ และวางระบบระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดการสะสมความร้อนภายในบ้าน และยังช่วยประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย
การนำความร้อน คือ การถ่ายเทความร้อนผ่านตัวกลางที่เป็นของแข็งจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ โดยไม่เกิดการเคลื่อนที่ของวัสดุนั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หลังคาที่โดนแสงแดดตลอดทั้งวันจะสะสมความร้อน และส่งผ่านลงมายังฝ้าเพดาน และพื้นที่ภายในบ้าน
วัสดุบางประเภท เช่น โลหะ คอนกรีต หรือกระจก สามารถนำความร้อนได้ดี จึงทำให้บ้านร้อนเร็วขึ้น หากไม่มีฉนวนกันความร้อนช่วยลดการถ่ายเทอุณหภูมิ ความร้อนจะเข้าสู่ภายในบ้านได้ง่ายมาก
การพาความร้อนเกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศหรือของเหลว โดยอากาศร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น ส่วนอากาศเย็นจะไหลเข้ามาแทนที่ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศภายในพื้นที่ หากบ้านมีการระบายอากาศไม่ดี ความร้อนจะสะสมอยู่ภายใน โดยเฉพาะบริเวณใต้หลังคาหรือชั้นบนของบ้าน ส่งผลให้ภายในบ้านอบอ้าว แม้ช่วงกลางคืนก็ยังรู้สึกร้อน
การแผ่รังสีความร้อน คือ การส่งผ่านพลังงานความร้อนในรูปของคลื่นรังสีจากดวงอาทิตย์มายังพื้นผิวต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลาง เช่น แสงแดดที่ส่องลงบนหลังคา ผนัง หรือกระจกโดยตรง พื้นผิวที่ได้รับแสงแดดจะสะสมความร้อน และค่อย ๆ แผ่ความร้อนเข้าสู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะกระจกบานใหญ่หรือผนังด้านทิศตะวันตกที่รับแดดช่วงบ่าย มักเป็นจุดที่ทำให้บ้านร้อนมากที่สุด
หลังคาเป็นส่วนที่รับแสงแดด และความร้อนโดยตรงตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่อุณหภูมิพื้นผิวหลังคาอาจสูงกว่าอากาศภายนอกหลายองศา หากไม่มีระบบป้องกันความร้อนที่ดี ความร้อนเหล่านี้จะถูกส่งผ่านลงมายังฝ้าเพดาน และพื้นที่ใช้งานภายในบ้าน ทำให้บ้านร้อนอบอ้าวแม้เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศก็ยังรู้สึกไม่สบาย การติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน
เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนได้ดี โครงสร้างภายในเป็นเส้นใยละเอียดที่ช่วยกักอากาศ ลดการนำความร้อนจากหลังคาเข้าสู่บ้าน
ข้อดีของฉนวนใยแก้ว คือ
เป็นฉนวนที่มีประสิทธิภาพสูง นิยมใช้ในบ้านที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิอย่างจริงจัง โดยจะพ่นเป็นโฟมติดกับใต้แผ่นหลังคาโดยตรง ช่วยลดช่องว่างที่ความร้อนสามารถแทรกผ่านได้
จุดเด่นของโฟม PU ได้แก่
เป็นฉนวนโฟมชนิดน้ำหนักเบา มักติดตั้งร่วมกับแผ่นฟอยล์สะท้อนความร้อน ช่วยลดรังสีความร้อนจากแสงแดดก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน
ข้อดีคือ
เมื่อมีการติดตั้งฉนวนใต้หลังคา ความร้อนจากแสงแดดจะถูกชะลอหรือสะท้อนกลับออกไป ทำให้อุณหภูมิบริเวณใต้หลังคาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ห้องชั้นบนหรือพื้นที่ภายในบ้านเย็นขึ้น และไม่เกิดความร้อนสะสมในช่วงกลางวัน บ้านที่ติดตั้งฉนวนอย่างเหมาะสมจะรู้สึกสบายมากขึ้น แม้ในช่วงอากาศร้อน และช่วยลดปัญหาฝ้าเพดานสะสมความร้อนจนแผ่ลงมาภายในห้องในช่วงเวลากลางคืน
เมื่อบ้านสามารถป้องกันความร้อนได้ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนักตลอดเวลาในการลดความร้อนสะสม ส่งผลให้แอร์เย็นเร็วขึ้น ช่วยประหยัดค่าไฟ และลดการสึกหรอของระบบภายในเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ และทำให้บ้านเย็นสบายมากขึ้นในระยะยาว
ผนังบ้านถือเป็นด่านสำคัญที่ต้องรับความร้อนจากภายนอกตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะผนังด้านที่โดนแดดช่วงบ่ายซึ่งมีอุณหภูมิสูงมาก หากวัสดุผนังไม่สามารถป้องกันความร้อนได้ดี ความร้อนจะค่อย ๆ แผ่เข้าสู่ภายในบ้าน และทำให้บ้านร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน
อิฐมวลเบาเป็นวัสดุที่มีโครงสร้างภายในเป็นโพรงอากาศเล็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งอากาศเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นฉนวนตามธรรมชาติ ช่วยลดการส่งผ่านความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านได้ดีเมื่อเทียบกับอิฐมอญหรือคอนกรีตทั่วไป ทำให้บ้านเย็นขึ้น และลดการสะสมความร้อนในผนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การก่อผนังสองชั้นโดยมีช่องว่างอากาศตรงกลาง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ดีมาก ช่องอากาศนี้ทำหน้าที่เป็นฉนวนธรรมชาติที่ช่วยชะลอความร้อนจากภายนอกก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน ส่งผลให้ภายในบ้านมีอุณหภูมิคงที่มากขึ้น และรู้สึกเย็นสบายกว่าโครงสร้างผนังแบบชั้นเดียว
กระจกถือเป็นจุดที่ความร้อนสามารถเข้าสู่บ้านได้ง่ายที่สุด เพราะสามารถรับ และส่งผ่านรังสีความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้โดยตรง หากเลือกใช้กระจกไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน
กระจก Low-E เป็นกระจกที่มีการเคลือบสารพิเศษบนผิวกระจก เพื่อช่วยสะท้อนรังสีความร้อน และรังสี UV จากแสงแดด ลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่ภายในบ้าน แต่ยังคงให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ ทำให้บ้านสว่างโดยไม่ร้อนเกินไป
กระจกสองชั้นประกอบด้วยแผ่นกระจกสองแผ่นที่มีช่องอากาศอยู่ตรงกลาง ซึ่งช่องอากาศนี้ช่วยทำหน้าที่เป็นฉนวน ป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านได้ดี รวมถึงช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้บ้านเงียบ และเย็นสบายมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าหลายคนจะให้ความสำคัญกับหลังคา และผนังในการป้องกันความร้อน แต่ในความเป็นจริง พื้น และโครงสร้างบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับความร้อนจากพื้นดิน และสภาพแวดล้อมรอบตัวโดยตรง หากออกแบบหรือเลือกวัสดุไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้บ้านสะสมความร้อนโดยไม่รู้ตัว
พื้นบ้านแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับ และคายความร้อนแตกต่างกัน วัสดุบางประเภทสามารถเก็บความร้อนไว้ได้นาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดหรือมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง ทำให้พื้นยังคงร้อนแม้ไม่มีแสงแดดแล้ว และส่งผลต่ออุณหภูมิภายในบ้านในระยะยาว
กระเบื้องเซรามิกเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติในการนำ และระบายความร้อนได้ดีกว่าวัสดุประเภทไม้หรือพรม อีกทั้งยังไม่กักเก็บความร้อนสะสมมากนัก ทำให้พื้นไม่ร้อนอบอ้าว และช่วยให้บ้านรู้สึกเย็นสบายขึ้น เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย และทำความสะอาดสะดวก
วัสดุบางประเภท เช่น พื้นไม้เนื้อแข็งบางชนิด หรือพื้นสีเข้ม มีแนวโน้มดูดซับความร้อนได้มากกว่าวัสดุสีอ่อนหรือกระเบื้อง ส่งผลให้พื้นสะสมความร้อนตลอดวัน และค่อย ๆ คายความร้อนออกมาในช่วงเย็นถึงกลางคืน ทำให้บ้านยังรู้สึกร้อนแม้ไม่มีแสงแดดแล้ว การเลือกวัสดุ และสีพื้นจึงมีผลต่อความสบายในการอยู่อาศัยอย่างชัดเจน
นอกจากวัสดุพื้นแล้ว โครงสร้างบ้านก็มีผลโดยตรงต่อการระบายความร้อน การออกแบบบ้านแบบยกพื้นเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดความร้อนสะสมจากพื้นดินได้ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน และชื้น
ช่องว่างใต้บ้านทำหน้าที่เป็นทางเดินของอากาศ ช่วยให้อากาศร้อนที่สะสมอยู่บริเวณพื้นดินสามารถระบายออกได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความร้อนจากพื้นไม่ถูกส่งขึ้นมาสะสมในตัวบ้านโดยตรง ทำให้ภายในบ้านเย็นขึ้นโดยธรรมชาติ
โครงสร้างยกพื้นยังช่วยลดปัญหาความชื้นที่มาจากดิน ซึ่งความชื้นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บ้านรู้สึกอับ และร้อนมากขึ้น เมื่อความชื้นลดลง อากาศภายในบ้านจะถ่ายเทได้ดีขึ้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมภายในบ้านโปร่งสบาย และน่าอยู่อาศัยมากขึ้นโดยรวม
การทำให้บ้านเย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่คือการวางแผนตั้งแต่รากของการสร้างบ้าน ตั้งแต่การเลือกวัสดุก่อสร้าง การออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับทิศทางแดดและลม ไปจนถึงการใช้วัสดุที่ช่วยลดการสะสมความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ถูกออกแบบอย่างเข้าใจ บ้านจะไม่เพียงเย็นขึ้นและอยู่สบายมากขึ้น แต่ยังช่วยลดการใช้พลังงาน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และเมื่อถึงขั้นตอนของการเริ่มต้นสร้างบ้านหรือปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ธอส.มีสินเชื่อบ้านเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือต่อเติมซ่อมแซม ที่จะทำให้การปรับปรุงบ้านของคุณเป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณสามารถเลือกแผนการผ่อนชำระที่เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินของคุณ
หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่
ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.7.12