GHB Big Family Logo
login

อยู่บ้านอย่างไรให้ไม่เบื่อ: เปลี่ยนมุมบ้านให้กลายเป็นพื้นที่พักใจ

  1. อยู่บ้านอย่างไรให้ไม่เบื่อ: เปลี่ยนมุมบ้านให้กลายเป็นพื้นที่พักใจ

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 8/7/2568

อยู่บ้านอย่างไรให้ไม่เบื่อ: เปลี่ยนมุมบ้านให้กลายเป็นพื้นที่พักใจ

บ้านคือพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด  และเป็นสถานที่ที่สะท้อนทั้งตัวตน ความรู้สึก  และรูปแบบการใช้ชีวิตของเรา แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป การอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเดิม ๆ อาจทำให้บ้านที่เคยเป็นพื้นที่แห่งความสุข กลายเป็นพื้นที่ที่ดูซ้ำซาก และขาดแรงบันดาลใจได้โดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม การสร้างความสดใหม่ให้บ้านไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพียงปรับมุมเล็ก ๆ ให้ตอบโจทย์ความรู้สึก และการใช้งาน เช่น เพิ่มพื้นที่สำหรับพักผ่อน จัดมุมงานอดิเรก เติมธรรมชาติ หรือเปลี่ยนบรรยากาศด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้บ้านกลับมามีชีวิตชีวา  และกลายเป็นพื้นที่พักใจที่พร้อมเติมพลังให้เราในทุกวัน 

บ้านที่น่าอยู่ เริ่มจากการเข้าใจความต้องการของตัวเอง

การทำให้บ้านเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหรือการตกแต่งตามเทรนด์ แต่เริ่มจากการเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขเมื่ออยู่บ้าน ก่อนปรับเปลี่ยนพื้นที่ ลองมองย้อนกลับไปว่าวันธรรมดาของเราใช้เวลาไปกับกิจกรรมใด  และช่วงเวลาไหนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด บางคนอาจมีความสุขกับการนั่งอ่านหนังสือในมุมเงียบ ๆ บางคนชอบดูหนัง ฟังเพลง ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ หรือใช้เวลาทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ การออกแบบพื้นที่เล็ก ๆ เพื่อรองรับกิจกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะ ไม่เพียงช่วยให้บ้านใช้งานได้มากขึ้น แต่ยังทำให้ทุกมุมของบ้านมีความหมาย และสะท้อนความเป็นตัวเรา

เพราะบ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนบ้านในภาพฝันของใคร แต่คือบ้านที่ถูกออกแบบจากความเข้าใจในตัวผู้อยู่อาศัย สามารถรองรับวิถีชีวิตจริง สร้างความสบายใจ  และเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราอยากกลับมาใช้เวลาในทุกวัน

เปลี่ยนมุมเล็ก ๆ ให้เป็นมุมพักใจ


พื้นที่แห่งความสุขภายในบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่เสมอไป แม้จะเป็นเพียงมุมเล็ก ๆ ก็สามารถกลายเป็นพื้นที่พิเศษที่ช่วยเติมพลัง และสร้างช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้ หากได้รับการออกแบบให้เหมาะกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย

ลองเลือกมุมที่มีบรรยากาศสบาย เช่น บริเวณริมหน้าต่าง ระเบียงเล็ก ๆ หรือมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น แล้วเติมรายละเอียดที่สะท้อนตัวตน เช่น เก้าอี้ตัวโปรด โต๊ะข้างสำหรับวางของใช้ โคมไฟแสงอบอุ่น ชั้นวางหนังสือ หรือของตกแต่งที่มีความหมาย เพียงเท่านี้พื้นที่ธรรมดาก็สามารถเปลี่ยนเป็นมุมพักผ่อนที่ช่วยให้หยุดพักจากความวุ่นวายในแต่ละวันได้

สำหรับคนที่ชื่นชอบกิจวัตรเล็ก ๆ ในช่วงเช้า การสร้างมุม Coffee Corner พร้อมเครื่องชงกาแฟ แก้วใบโปรด หรือพื้นที่สำหรับนั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ ก็สามารถเพิ่มความสุขให้กับช่วงเวลาเริ่มต้นวันใหม่ได้ เช่นเดียวกับมุมอ่านหนังสือ มุมฟังเพลง หรือมุมปลูกต้นไม้ ที่ช่วยให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ซึ่งตอบสนองทั้งความต้องการทางกาย และความรู้สึก

เติมธรรมชาติเข้ามาในบ้าน

การนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้สดชื่น และน่าอยู่มากขึ้น ต้นไม้ไม่เพียงช่วยเพิ่มสีเขียว และความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้มุมต่าง ๆ ภายในบ้านดูมีชีวิตชีวา และอบอุ่นขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่หรือจัดสวนครั้งใหญ่ เพียงเลือกต้นไม้ และตำแหน่งวางที่เหมาะสม ก็สามารถสร้างบรรยากาศใหม่ให้บ้านได้

ตัวอย่างต้นไม้ที่เหมาะสำหรับตกแต่งภายในบ้าน ได้แก่

  • ลิ้นมังกร (Snake Plant)
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นปลูกต้นไม้ เพราะดูแลง่าย ทนต่อสภาพแสงที่หลากหลาย  และไม่ต้องรดน้ำบ่อย สามารถวางได้ทั้งในห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือห้องนอน ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้พื้นที่โดยไม่ต้องดูแลมาก
  • มอนสเตอร่า (Monstera)
  • ด้วยรูปทรงใบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ มอนสเตอร่าช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับมุมบ้าน เหมาะสำหรับวางในพื้นที่ที่ต้องการสร้างจุดเด่น เช่น มุมโซฟา มุมอ่านหนังสือ หรือบริเวณใกล้หน้าต่าง
  • ยางอินเดีย (Rubber Plant)
  • เป็นต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น และมีความทันสมัย ใบสีเขียวเข้มช่วยเพิ่มความหรูหราแบบเรียบง่าย เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น มินิมอล หรือบ้านที่ต้องการบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ
  • พลูด่าง  และเดหลี
  • เป็นไม้ประดับที่เหมาะกับพื้นที่ภายในบ้าน ดูแลง่าย  และสามารถนำไปตกแต่งได้หลายรูปแบบ เช่น วางบนชั้นหนังสือ โต๊ะทำงาน หรือแขวนบริเวณมุมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับพื้นที่ขนาดเล็ก

สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ยังสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ด้วยวิธีอื่น เช่น การใช้กระถางแขวน ชั้นวางต้นไม้แนวตั้ง หรือสวนแนวตั้งบนผนัง ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศธรรมชาติโดยไม่ลดพื้นที่ใช้สอยมากเกินไป

จัดบ้านให้โล่ง เพื่อให้ใจโล่งตาม

สภาพแวดล้อมรอบตัวมีผลต่อความรู้สึก และอารมณ์ในแต่ละวัน บ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งของจำนวนมากหรือมีพื้นที่รกเกินไป อาจทำให้เกิดความรู้สึกวุ่นวาย เหนื่อยล้า หรือรู้สึกพักผ่อนได้ไม่เต็มที่โดยไม่รู้ตัว ในทางกลับกัน บ้านที่มีการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ และมีพื้นที่ว่างเพียงพอ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อกลับมาใช้เวลาอยู่บ้าน

การจัดบ้านให้โล่งไม่ได้หมายถึงการต้องกำจัดทุกอย่างออกไป แต่คือการเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่ใช้งานจริง หรือสิ่งที่มีคุณค่าทางความรู้สึก เริ่มจากการคัดแยกของที่ไม่ได้ใช้งาน จัดกลุ่มสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่  และหาพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม เพื่อให้บ้านดูเป็นระเบียบ และใช้งานได้สะดวกขึ้น การลดสิ่งของที่ไม่จำเป็นยังช่วยให้การดูแลบ้านง่ายขึ้น ใช้เวลาทำความสะอาดน้อยลง  และทำให้พื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อน โต๊ะทำงาน หรือพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว

สร้างพื้นที่สำหรับงานอดิเรก


บ้านที่น่าอยู่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรองรับการพักผ่อนหรือการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังควรเป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมเต็มความสุข และตัวตนของผู้อยู่อาศัย การจัดมุมเล็ก ๆ สำหรับงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชื่นชอบ จะช่วยให้บ้านมีความหมายมากขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราได้ใช้เวลากับสิ่งที่รัก ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า  และสร้างช่วงเวลาที่มีคุณภาพในแต่ละวัน

ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่ เพียงเลือกมุมที่เหมาะสม และปรับให้เข้ากับกิจกรรมที่ชอบ ก็สามารถสร้างพื้นที่พิเศษภายในบ้านได้ เช่น

  • มุมอ่านหนังสือสำหรับช่วงเวลาพักใจ
  • สำหรับคนที่ชื่นชอบการอ่าน อาจจัดพื้นที่เล็ก ๆ ใกล้หน้าต่างที่มีแสงธรรมชาติ พร้อมเก้าอี้นั่งสบาย โต๊ะข้างเล็ก ๆ  และชั้นวางหนังสือ เพื่อสร้างบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือ พักผ่อน หรือใช้เวลาส่วนตัว
  • มุมวาดภาพหรืองานฝีมือสำหรับปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์
  • การมีพื้นที่สำหรับวาดรูป เย็บผ้า งานประดิษฐ์ หรือกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ช่วยให้สามารถใช้เวลาว่างอย่างมีความสุข ควรจัดโต๊ะทำงานที่มีพื้นที่เพียงพอ มีที่เก็บอุปกรณ์เป็นระเบียบ  และเลือกตำแหน่งที่มีแสงสว่างเหมาะสม
  • มุมเล่นดนตรีสำหรับสร้างบรรยากาศภายในบ้าน
  • สำหรับผู้ที่รักเสียงเพลง อาจจัดพื้นที่สำหรับวางเครื่องดนตรี เช่น กีตาร์ เปียโน หรืออุปกรณ์ฟังเพลง โดยเลือกตำแหน่งที่ไม่รบกวนพื้นที่ส่วนอื่นในบ้าน  และสามารถใช้เป็นพื้นที่ผ่อนคลายหรือสร้างช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกับครอบครัวได้
  • มุมออกกำลังกายหรือโยคะเพื่อดูแลสุขภาพ
  • ไม่จำเป็นต้องมีห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ เพียงมีพื้นที่ว่างเล็ก ๆ สำหรับปูเสื่อโยคะ วางอุปกรณ์ออกกำลังกายพื้นฐาน หรือพื้นที่ยืดเหยียดร่างกาย ก็ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายขึ้น  และสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ
  • มุมปลูกต้นไม้เพื่อเชื่อมต่อกับธรรมชาติ
  • สำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ การจัดมุมเล็ก ๆ สำหรับปลูกต้นไม้หรือดูแลสวนขนาดย่อม ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้บ้าน  และสร้างกิจวัตรที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น การรดน้ำต้นไม้ ดูแลใบไม้ หรือจัดตกแต่งพื้นที่สีเขียว

เพิ่มความอบอุ่นด้วยของตกแต่งที่มีความหมาย

เสน่ห์ของบ้านที่น่าอยู่ไม่ได้เกิดจากความหรูหราหรือมูลค่าของสิ่งของภายในบ้าน แต่เกิดจากความรู้สึก และเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว บ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งของที่มีความหมายจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผูกพัน รู้สึกเป็นตัวเอง  และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในทุกครั้งที่กลับมา

ของตกแต่งบางชิ้นอาจไม่ได้มีราคาแพง แต่กลับมีคุณค่าทางความรู้สึก เช่น รูปถ่ายครอบครัวที่บันทึกช่วงเวลาสำคัญ ของที่ระลึกจากการเดินทางที่เก็บความทรงจำในแต่ละสถานที่ ภาพวาด งานศิลปะที่ชื่นชอบ หรือของตกแต่งที่ทำด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ช่วยเติมชีวิตให้กับพื้นที่  และทำให้บ้านมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร การเลือกใช้สี  และวัสดุภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญต่อบรรยากาศโดยรวม เช่น การเลือกโทนสีที่สะท้อนความชอบของเจ้าของบ้าน สีเอิร์ธโทน สีครีม หรือสีอ่อนที่ช่วยสร้างความรู้สึกสงบ และผ่อนคลาย รวมถึงการใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างไม้ หวาย ผ้าลินิน หรือหินธรรมชาติ ที่ช่วยเพิ่มสัมผัสของความอบอุ่น และความเป็นธรรมชาติให้กับพื้นที่

แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน แม้บ้านจะมีพื้นที่จำกัด

ในยุคที่บ้านต้องรองรับหลายบทบาท ทั้งการทำงาน การพักผ่อน  และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การจัดสรรพื้นที่ให้มีหน้าที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะเป็นบ้านขนาดเล็กหรือมีพื้นที่จำกัด ก็สามารถสร้างความเป็นสัดส่วนได้โดยไม่จำเป็นต้องก่อผนังเพิ่มเติมหรือปรับปรุงครั้งใหญ่

การแบ่งพื้นที่ไม่ได้หมายถึงการแยกห้องออกจากกันเสมอไป แต่คือการสร้าง “ขอบเขต” ให้แต่ละมุมมีหน้าที่ของตัวเอง เช่น การใช้ชั้นวางหนังสือเป็นตัวกั้นระหว่างมุมทำงานกับพื้นที่นั่งเล่น การวางพรมเพื่อกำหนดพื้นที่พักผ่อน การใช้ฉากกั้นแบบโปร่งเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ช่วยแบ่งสัดส่วนของพื้นที่อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับมุมทำงาน อาจจัดให้มีโต๊ะทำงาน เก้าอี้ที่เหมาะสม  และพื้นที่เก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ ขณะที่พื้นที่พักผ่อนควรมีบรรยากาศที่แตกต่าง เช่น ใช้แสงไฟโทนอุ่น เพิ่มหมอนอิง หรือจัดมุมสบาย ๆ สำหรับการผ่อนคลาย เพื่อให้เกิดความรู้สึกเปลี่ยนผ่านจากโหมดการทำงานเข้าสู่เวลาส่วนตัว

การออกแบบพื้นที่ให้ชัดเจน แม้ในบ้านที่มีขนาดจำกัด จะช่วยให้การใช้ชีวิตเป็นระบบมากขึ้น ลดความรู้สึกว่างาน และเวลาส่วนตัวปะปนกัน  และช่วยให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่รองรับทั้งประสิทธิภาพในการทำงาน และความสุขในการพักผ่อนได้อย่างลงตัว

เติมเสียง และกลิ่นที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย

บรรยากาศของบ้านไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ยังประกอบด้วยประสาทสัมผัสอื่น ๆ อย่างเสียง และกลิ่น ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อความรู้สึก และอารมณ์ของผู้อยู่อาศัย การเลือกเสียง และกลิ่นที่เหมาะสมสามารถช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้รู้สึกสงบ อบอุ่น  และเป็นพื้นที่สำหรับการพักใจได้มากขึ้น

ตัวอย่างการเพิ่มเสียง และกลิ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้าน ได้แก่

  • เปิดเพลงเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
  • เสียงเพลงสามารถช่วยปรับอารมณ์ และทำให้พื้นที่ภายในบ้านมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น เปิดเพลงแจ๊สเบา ๆ ในช่วงพักผ่อน เพลงอะคูสติกระหว่างทำงาน หรือเพลงบรรเลงในช่วงเย็น เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ และช่วยลดความตึงเครียดจากกิจวัตรประจำวัน
  • ใช้เสียงธรรมชาติเพิ่มความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ
  • เสียงฝน เสียงคลื่น เสียงลม หรือเสียงน้ำไหล สามารถช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และทำให้บ้านมีบรรยากาศเหมือนพื้นที่พักผ่อน อาจใช้ร่วมกับมุมอ่านหนังสือ ห้องนอน หรือพื้นที่ทำสมาธิเพื่อเพิ่มความสงบ
  • เลือกกลิ่นหอมที่ช่วยสร้างอารมณ์ให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่
  • กลิ่นเป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยเปลี่ยนความรู้สึกของบ้านได้ เช่น
  • ลาเวนเดอร์ ให้ความรู้สึกสงบ เหมาะสำหรับห้องนอนหรือมุมพักผ่อน
  • ยูคาลิปตัส ให้ความรู้สึกสดชื่น สะอาด เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดโปร่ง
  • ซิตรัส เช่น เลมอนหรือส้ม ช่วยสร้างความรู้สึกสดใส กระปรี้กระเปร่า เหมาะกับพื้นที่ทำงานหรือห้องนั่งเล่น
  • สร้างกลิ่นเฉพาะที่สะท้อนตัวตนของบ้าน
  • การเลือกกลิ่นประจำบ้าน เช่น กลิ่นไม้ กลิ่นกาแฟ หรือกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเทียนหอม และน้ำมันหอมระเหย สามารถช่วยสร้างความรู้สึกคุ้นเคย และทำให้บ้านมีเอกลักษณ์มากขึ้น เมื่อกลับเข้ามาในบ้านก็สามารถรู้สึกถึงความผ่อนคลายได้ทันที


การอยู่บ้านให้ไม่น่าเบื่อไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการรีโนเวตครั้งใหญ่ แต่เริ่มต้นได้จากการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเราเอง เมื่อบ้านมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อน งานอดิเรก  และช่วงเวลาดี ๆ กับคนในครอบครัว บ้านก็จะไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับอยู่อาศัย แต่จะกลายเป็น "พื้นที่พักใจ" ที่พร้อมต้อนรับเราในทุกวัน ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม  และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้

หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ  และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่


ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ  และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร  และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000


บทความที่เกี่ยวข้อง