อยู่บ้านอย่างไรให้ไม่เบื่อ: เปลี่ยนมุมบ้านให้กลายเป็นพื้นที่พักใจ
บ้านคือพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด และเป็นสถานที่ที่สะท้อนทั้งตัวตน ความรู้สึก และรูปแบบการใช้ชีวิตของเรา แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป การอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเดิม ๆ อาจทำให้บ้านที่เคยเป็นพื้นที่แห่งความสุข กลายเป็นพื้นที่ที่ดูซ้ำซาก และขาดแรงบันดาลใจได้โดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม การสร้างความสดใหม่ให้บ้านไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพียงปรับมุมเล็ก ๆ ให้ตอบโจทย์ความรู้สึก และการใช้งาน เช่น เพิ่มพื้นที่สำหรับพักผ่อน จัดมุมงานอดิเรก เติมธรรมชาติ หรือเปลี่ยนบรรยากาศด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้บ้านกลับมามีชีวิตชีวา และกลายเป็นพื้นที่พักใจที่พร้อมเติมพลังให้เราในทุกวัน
การทำให้บ้านเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหรือการตกแต่งตามเทรนด์ แต่เริ่มจากการเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขเมื่ออยู่บ้าน ก่อนปรับเปลี่ยนพื้นที่ ลองมองย้อนกลับไปว่าวันธรรมดาของเราใช้เวลาไปกับกิจกรรมใด และช่วงเวลาไหนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด บางคนอาจมีความสุขกับการนั่งอ่านหนังสือในมุมเงียบ ๆ บางคนชอบดูหนัง ฟังเพลง ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ หรือใช้เวลาทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ การออกแบบพื้นที่เล็ก ๆ เพื่อรองรับกิจกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะ ไม่เพียงช่วยให้บ้านใช้งานได้มากขึ้น แต่ยังทำให้ทุกมุมของบ้านมีความหมาย และสะท้อนความเป็นตัวเรา
เพราะบ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนบ้านในภาพฝันของใคร แต่คือบ้านที่ถูกออกแบบจากความเข้าใจในตัวผู้อยู่อาศัย สามารถรองรับวิถีชีวิตจริง สร้างความสบายใจ และเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราอยากกลับมาใช้เวลาในทุกวัน
พื้นที่แห่งความสุขภายในบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่เสมอไป แม้จะเป็นเพียงมุมเล็ก ๆ ก็สามารถกลายเป็นพื้นที่พิเศษที่ช่วยเติมพลัง และสร้างช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายได้ หากได้รับการออกแบบให้เหมาะกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย
ลองเลือกมุมที่มีบรรยากาศสบาย เช่น บริเวณริมหน้าต่าง ระเบียงเล็ก ๆ หรือมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น แล้วเติมรายละเอียดที่สะท้อนตัวตน เช่น เก้าอี้ตัวโปรด โต๊ะข้างสำหรับวางของใช้ โคมไฟแสงอบอุ่น ชั้นวางหนังสือ หรือของตกแต่งที่มีความหมาย เพียงเท่านี้พื้นที่ธรรมดาก็สามารถเปลี่ยนเป็นมุมพักผ่อนที่ช่วยให้หยุดพักจากความวุ่นวายในแต่ละวันได้
สำหรับคนที่ชื่นชอบกิจวัตรเล็ก ๆ ในช่วงเช้า การสร้างมุม Coffee Corner พร้อมเครื่องชงกาแฟ แก้วใบโปรด หรือพื้นที่สำหรับนั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ ก็สามารถเพิ่มความสุขให้กับช่วงเวลาเริ่มต้นวันใหม่ได้ เช่นเดียวกับมุมอ่านหนังสือ มุมฟังเพลง หรือมุมปลูกต้นไม้ ที่ช่วยให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ซึ่งตอบสนองทั้งความต้องการทางกาย และความรู้สึก
การนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้สดชื่น และน่าอยู่มากขึ้น ต้นไม้ไม่เพียงช่วยเพิ่มสีเขียว และความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้มุมต่าง ๆ ภายในบ้านดูมีชีวิตชีวา และอบอุ่นขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่หรือจัดสวนครั้งใหญ่ เพียงเลือกต้นไม้ และตำแหน่งวางที่เหมาะสม ก็สามารถสร้างบรรยากาศใหม่ให้บ้านได้
ตัวอย่างต้นไม้ที่เหมาะสำหรับตกแต่งภายในบ้าน ได้แก่
สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ยังสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ด้วยวิธีอื่น เช่น การใช้กระถางแขวน ชั้นวางต้นไม้แนวตั้ง หรือสวนแนวตั้งบนผนัง ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศธรรมชาติโดยไม่ลดพื้นที่ใช้สอยมากเกินไป
สภาพแวดล้อมรอบตัวมีผลต่อความรู้สึก และอารมณ์ในแต่ละวัน บ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งของจำนวนมากหรือมีพื้นที่รกเกินไป อาจทำให้เกิดความรู้สึกวุ่นวาย เหนื่อยล้า หรือรู้สึกพักผ่อนได้ไม่เต็มที่โดยไม่รู้ตัว ในทางกลับกัน บ้านที่มีการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ และมีพื้นที่ว่างเพียงพอ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อกลับมาใช้เวลาอยู่บ้าน
การจัดบ้านให้โล่งไม่ได้หมายถึงการต้องกำจัดทุกอย่างออกไป แต่คือการเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่ใช้งานจริง หรือสิ่งที่มีคุณค่าทางความรู้สึก เริ่มจากการคัดแยกของที่ไม่ได้ใช้งาน จัดกลุ่มสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่ และหาพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม เพื่อให้บ้านดูเป็นระเบียบ และใช้งานได้สะดวกขึ้น การลดสิ่งของที่ไม่จำเป็นยังช่วยให้การดูแลบ้านง่ายขึ้น ใช้เวลาทำความสะอาดน้อยลง และทำให้พื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อน โต๊ะทำงาน หรือพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว
บ้านที่น่าอยู่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรองรับการพักผ่อนหรือการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังควรเป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมเต็มความสุข และตัวตนของผู้อยู่อาศัย การจัดมุมเล็ก ๆ สำหรับงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชื่นชอบ จะช่วยให้บ้านมีความหมายมากขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราได้ใช้เวลากับสิ่งที่รัก ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า และสร้างช่วงเวลาที่มีคุณภาพในแต่ละวัน
ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่ เพียงเลือกมุมที่เหมาะสม และปรับให้เข้ากับกิจกรรมที่ชอบ ก็สามารถสร้างพื้นที่พิเศษภายในบ้านได้ เช่น
เสน่ห์ของบ้านที่น่าอยู่ไม่ได้เกิดจากความหรูหราหรือมูลค่าของสิ่งของภายในบ้าน แต่เกิดจากความรู้สึก และเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว บ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งของที่มีความหมายจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผูกพัน รู้สึกเป็นตัวเอง และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในทุกครั้งที่กลับมา
ของตกแต่งบางชิ้นอาจไม่ได้มีราคาแพง แต่กลับมีคุณค่าทางความรู้สึก เช่น รูปถ่ายครอบครัวที่บันทึกช่วงเวลาสำคัญ ของที่ระลึกจากการเดินทางที่เก็บความทรงจำในแต่ละสถานที่ ภาพวาด งานศิลปะที่ชื่นชอบ หรือของตกแต่งที่ทำด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ช่วยเติมชีวิตให้กับพื้นที่ และทำให้บ้านมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร การเลือกใช้สี และวัสดุภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญต่อบรรยากาศโดยรวม เช่น การเลือกโทนสีที่สะท้อนความชอบของเจ้าของบ้าน สีเอิร์ธโทน สีครีม หรือสีอ่อนที่ช่วยสร้างความรู้สึกสงบ และผ่อนคลาย รวมถึงการใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างไม้ หวาย ผ้าลินิน หรือหินธรรมชาติ ที่ช่วยเพิ่มสัมผัสของความอบอุ่น และความเป็นธรรมชาติให้กับพื้นที่
ในยุคที่บ้านต้องรองรับหลายบทบาท ทั้งการทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การจัดสรรพื้นที่ให้มีหน้าที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะเป็นบ้านขนาดเล็กหรือมีพื้นที่จำกัด ก็สามารถสร้างความเป็นสัดส่วนได้โดยไม่จำเป็นต้องก่อผนังเพิ่มเติมหรือปรับปรุงครั้งใหญ่
การแบ่งพื้นที่ไม่ได้หมายถึงการแยกห้องออกจากกันเสมอไป แต่คือการสร้าง “ขอบเขต” ให้แต่ละมุมมีหน้าที่ของตัวเอง เช่น การใช้ชั้นวางหนังสือเป็นตัวกั้นระหว่างมุมทำงานกับพื้นที่นั่งเล่น การวางพรมเพื่อกำหนดพื้นที่พักผ่อน การใช้ฉากกั้นแบบโปร่งเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ช่วยแบ่งสัดส่วนของพื้นที่อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับมุมทำงาน อาจจัดให้มีโต๊ะทำงาน เก้าอี้ที่เหมาะสม และพื้นที่เก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ ขณะที่พื้นที่พักผ่อนควรมีบรรยากาศที่แตกต่าง เช่น ใช้แสงไฟโทนอุ่น เพิ่มหมอนอิง หรือจัดมุมสบาย ๆ สำหรับการผ่อนคลาย เพื่อให้เกิดความรู้สึกเปลี่ยนผ่านจากโหมดการทำงานเข้าสู่เวลาส่วนตัว
การออกแบบพื้นที่ให้ชัดเจน แม้ในบ้านที่มีขนาดจำกัด จะช่วยให้การใช้ชีวิตเป็นระบบมากขึ้น ลดความรู้สึกว่างาน และเวลาส่วนตัวปะปนกัน และช่วยให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่รองรับทั้งประสิทธิภาพในการทำงาน และความสุขในการพักผ่อนได้อย่างลงตัว
บรรยากาศของบ้านไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ยังประกอบด้วยประสาทสัมผัสอื่น ๆ อย่างเสียง และกลิ่น ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อความรู้สึก และอารมณ์ของผู้อยู่อาศัย การเลือกเสียง และกลิ่นที่เหมาะสมสามารถช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้รู้สึกสงบ อบอุ่น และเป็นพื้นที่สำหรับการพักใจได้มากขึ้น
ตัวอย่างการเพิ่มเสียง และกลิ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้าน ได้แก่
การอยู่บ้านให้ไม่น่าเบื่อไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการรีโนเวตครั้งใหญ่ แต่เริ่มต้นได้จากการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของเราเอง เมื่อบ้านมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อน งานอดิเรก และช่วงเวลาดี ๆ กับคนในครอบครัว บ้านก็จะไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับอยู่อาศัย แต่จะกลายเป็น "พื้นที่พักใจ" ที่พร้อมต้อนรับเราในทุกวัน ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้
หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่
ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.7.12