GHB Big Family Logo
login

10 งานซ่อมแซมในบ้านที่หัดทำเองได้ง่ายๆ: ประหยัดเงิน สร้างความภูมิใจ!

  1. 10 งานซ่อมแซมในบ้านที่หัดทำเองได้ง่ายๆ: ประหยัดเงิน สร้างความภูมิใจ!

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 26/6/2568

10 งานซ่อมแซมในบ้านที่หัดทำเองได้ง่ายๆ: ประหยัดเงิน สร้างความภูมิใจ!

บ้านเป็นพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตในทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไป ย่อมเกิดปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นก๊อกน้ำรั่ว ประตูฝืด ผนังมีรอย หรืออุปกรณ์บางอย่างชำรุด หลายคนอาจเลือกเรียกช่างทันที แต่ความจริงแล้ว งานซ่อมแซมบางประเภทสามารถเรียนรู้ และลงมือทำเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อนการซ่อมแซมเล็ก ๆ ด้วยตัวเองไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจบ้านของตัวเองมากขึ้น  รู้วิธีดูแลปัญหาต่าง ๆ ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่  และยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจเมื่อได้เห็นผลงานจากฝีมือตัวเอง สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้น ลองมาดู 10 งานซ่อมแซมภายในบ้านที่สามารถฝึกทำเองได้ง่าย ๆ

1. เปลี่ยนหลอดไฟ และติดตั้งโคมไฟเบื้องต้น

แสงสว่างเป็นส่วนสำคัญของบ้าน ทั้งในด้านการใช้งาน ความปลอดภัย  และการสร้างบรรยากาศภายในพื้นที่ต่าง ๆ ปัญหาหลอดไฟเสีย แสงไม่เพียงพอ หรือโคมไฟชำรุด เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย  และเป็นงานพื้นฐานที่เจ้าของบ้านสามารถเรียนรู้ และแก้ไขได้ด้วยตนเอง

การเปลี่ยนหลอดไฟอย่างถูกวิธีช่วยให้สามารถดูแลระบบแสงสว่างภายในบ้านได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่ใช้งานอื่น ๆ อีกทั้งการเลือกหลอดไฟ และโคมไฟให้เหมาะสมยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สร้างบรรยากาศที่ดี  และช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว

สิ่งที่ควรคำนึงถึง

  • ปิดสวิตช์ไฟก่อนเปลี่ยนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
  • เลือกประเภท และกำลังวัตต์ของหลอดไฟให้เหมาะกับโคมไฟ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
  • ใช้บันไดที่มั่นคงเมื่อต้องทำงานในพื้นที่สูง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
  • ตรวจสอบสภาพขั้วหลอด และอุปกรณ์ไฟฟ้า หากพบความเสียหายควรแก้ไขก่อนติดตั้งหลอดไฟใหม่

2. อุดรอยร้าวเล็ก ๆ บนผนัง

ผนังบ้านเป็นส่วนที่ต้องเจอกับการใช้งานในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแขวนของ การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ หรือการกระแทกโดยไม่ตั้งใจ จึงอาจเกิดรอยตะปู รอยขีดข่วน รอยบุบ หรือรอยแตกร้าวขนาดเล็กขึ้นได้ ปัญหาเหล่านี้แม้จะดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้ผนังดูเก่า และส่งผลต่อความสวยงามโดยรวมของบ้าน

การอุดรอยเสียหายเล็ก ๆ บนผนังเป็นงานซ่อมพื้นฐานที่เจ้าของบ้านสามารถทำได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องทาสีใหม่ทั้งห้อง เพียงเตรียมพื้นผิวให้สะอาด ใช้วัสดุอุดโป๊วให้เหมาะกับลักษณะของรอย จากนั้นขัดปรับพื้นผิวให้เรียบ  และทาสีทับในบริเวณที่ซ่อมแซม ก็สามารถทำให้ผนังกลับมาดูเรียบร้อยใกล้เคียงกับสภาพเดิมได้

ขั้นตอนเบื้องต้นในการอุดรอยบนผนัง

  • ทำความสะอาดบริเวณที่เสียหาย โดยเช็ดฝุ่น เศษปูน หรือสิ่งสกปรกออก เพื่อให้วัสดุอุดโป๊วยึดเกาะกับผนังได้ดีขึ้น
  • เลือกใช้วัสดุอุดโป๊วให้เหมาะสมกับประเภทผนัง เช่น ผนังปูน ผนังยิปซัม หรือพื้นผิวอื่น ๆ เพื่อให้การซ่อมมีความแข็งแรง และเรียบเนียน
  • อุดรอย และปรับระดับพื้นผิว โดยเติมวัสดุให้เต็มบริเวณที่เสียหาย ไม่ให้เกิดร่องลึกหรือพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ขัดด้วยกระดาษทรายหลังวัสดุแห้ง เพื่อให้พื้นผิวเรียบเสมอกับผนังเดิม ก่อนทาสีเก็บงาน

3. แก้ปัญหาก๊อกน้ำหยด


ก๊อกน้ำหยดเป็นปัญหาภายในบ้านที่หลายคนมองข้าม เพราะดูเหมือนเป็นเพียงความเสียหายเล็กน้อย แต่การปล่อยให้น้ำรั่วซึมอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำโดยไม่จำเป็น  และอาจส่งผลให้ค่าใช้น้ำเพิ่มขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ เสียงน้ำหยดตลอดเวลายังสร้างความรำคาญ  และในบางกรณีอาจทำให้เกิดความชื้นสะสมบริเวณอ่างล้างมือหรือพื้นที่โดยรอบได้

สาเหตุของก๊อกน้ำหยดส่วนใหญ่มักเกิดจากยางซีลหรือยางรองภายในก๊อกเสื่อมสภาพ จากการใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้การปิดกั้นน้ำไม่สนิท จึงเกิดการรั่วซึม แม้จะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น ประแจ ไขควง  และยางรองก๊อกชนิดที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก๊อกใหม่ทั้งชุด

ขั้นตอนเบื้องต้นในการแก้ปัญหาก๊อกน้ำหยด

  • ปิดวาล์วน้ำก่อนเริ่มซ่อมทุกครั้ง เพื่อหยุดการไหลของน้ำ และป้องกันน้ำพุ่งออกมาระหว่างถอดอุปกรณ์
  • ตรวจสอบสาเหตุของการรั่ว เช่น บริเวณปลายก๊อก ข้อต่อ หรือภายในชุดวาล์ว เพื่อเลือกวิธีแก้ไขได้อย่างถูกต้อง
  • เปลี่ยนยางรองก๊อกหรือยางซีลที่เสื่อมสภาพ โดยเลือกขนาดให้ตรงกับรุ่นของก๊อก เพื่อให้สามารถปิดน้ำได้สนิท
  • ใช้ประแจอย่างถูกวิธี โดยไม่ออกแรงขันมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกลียวเสียหายหรือทำให้อุปกรณ์แตกร้าวได้

4. เปลี่ยนมือจับประตูหรือแก้ประตูฝืด

ประตูเป็นส่วนประกอบที่ถูกใช้งานอยู่เป็นประจำในทุกวัน จึงมีโอกาสเกิดปัญหาได้ง่ายเมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน เช่น มือจับหลวม ประตูเปิด-ปิดยาก มีเสียงเอี๊ยดอ๊าด หรือบานประตูเสียดสีกับวงกบ ปัญหาเหล่านี้แม้จะเป็นเรื่องเล็ก แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้การใช้งานไม่สะดวก  และอาจทำให้อุปกรณ์บางส่วนเสียหายมากขึ้น

การแก้ไขปัญหาประตูเบื้องต้นเป็นงานที่เจ้าของบ้านสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยใช้อุปกรณ์พื้นฐานอย่างไขควง น้ำมันหล่อลื่น  และการตรวจสอบตำแหน่งที่เกิดปัญหา เพียงแก้ไขจุดเล็ก ๆ อย่างถูกวิธี ก็สามารถช่วยให้ประตูกลับมาเปิด-ปิดได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดประตูใหม่ทั้งหมด

ตัวอย่างการแก้ไขปัญหาประตูเบื้องต้น

  • ขันน็อตมือจับประตูที่หลวม
  • เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน น็อตยึดมือจับอาจคลายตัว ทำให้มือจับโยกหรือไม่แน่น การขันน็อตให้กระชับสามารถช่วยให้มือจับกลับมาแข็งแรง และใช้งานได้ตามปกติ
  • หยอดน้ำมันหล่อลื่นบริเวณบานพับ
  • เสียงดังขณะเปิด-ปิดประตูมักเกิดจากบานพับขาดการหล่อลื่น การใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสมจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้ประตูเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานของบานพับ
  • ปรับตำแหน่งบานประตูให้ตรง
  • หากประตูฝืดหรือเสียดสีกับพื้นหรือวงกบ อาจเกิดจากบานพับคลายตัวหรือประตูเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ควรตรวจสอบจุดยึด และปรับให้บานประตูกลับมาอยู่ในแนวที่เหมาะสม
  • เปลี่ยนมือจับประตูเมื่อเกิดความเสียหาย
  • หากมือจับชำรุด แตก หัก หรือไม่สามารถใช้งานได้ การเปลี่ยนมือจับใหม่เป็นวิธีแก้ไขที่ทำได้ไม่ยาก เพียงเลือกขนาด และรูปแบบให้เหมาะกับประตูเดิม

5. ซ่อม และเปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำ

ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานทุกวัน และต้องสัมผัสกับน้ำ ความชื้น  และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นบริเวณที่อุปกรณ์ต่าง ๆ มีโอกาสเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าพื้นที่อื่นในบ้าน เช่น ฝักบัวน้ำไหลเบา สายฉีดชำระรั่ว อุปกรณ์ยึดติดผนังหลวม หรือยางกันรั่วเสื่อมสภาพ หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่ว ความชื้นสะสม  และส่งผลกระทบต่อสภาพห้องน้ำโดยรวม

การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำบางประเภทเป็นงานพื้นฐานที่เจ้าของบ้านสามารถทำได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องเรียกช่างทุกครั้ง เพียงเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง และเลือกอะไหล่ให้เหมาะสม ก็สามารถแก้ไขปัญหาเล็ก ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย  และทำให้ห้องน้ำกลับมาใช้งานได้อย่างสะดวกเหมือนเดิม

ตัวอย่างอุปกรณ์ในห้องน้ำที่สามารถเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง

  • เปลี่ยนสายฝักบัว
  • เมื่อสายฝักบัวเกิดรอยแตกร้าว แข็งตัว หรือมีน้ำรั่วซึม การเปลี่ยนสายใหม่เป็นวิธีแก้ไขที่ง่าย เพียงเลือกขนาดข้อต่อให้ตรงกับอุปกรณ์เดิม  และตรวจสอบการขันให้แน่นเพื่อป้องกันการรั่วซ้ำ
  • เปลี่ยนหัวฉีดชำระ
  • หากหัวฉีดน้ำไหลไม่สม่ำเสมอ มีน้ำรั่ว หรือกดใช้งานได้ไม่ดี อาจเกิดจากการเสื่อมสภาพหรือมีสิ่งอุดตัน การเปลี่ยนหัวฉีดใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และลดปัญหาน้ำรั่ว
  • เปลี่ยนที่แขวนหรืออุปกรณ์ยึดติดผนัง
  • อุปกรณ์อย่างที่แขวนฝักบัว ที่วางของ หรือที่แขวนสายฉีดชำระ อาจหลวมหรือชำรุดจากการใช้งาน การเปลี่ยนใหม่ช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบ และลดความเสี่ยงจากอุปกรณ์หลุดตก
  • เปลี่ยนยางกันรั่ว และซีลต่าง ๆ
  • ยางรองหรือซีลบริเวณข้อต่อเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันน้ำรั่ว เมื่อเสื่อมสภาพอาจทำให้น้ำซึมออกตามจุดเชื่อมต่อ การเปลี่ยนยางใหม่จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ในการแก้ไข และป้องกันปัญหา

6. เปลี่ยนซิลิโคนยาแนวบริเวณที่เสื่อมสภาพ

ซิลิโคนยาแนวเป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยป้องกันน้ำซึมบริเวณรอยต่อของพื้นผิวต่าง ๆ ภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องสัมผัสกับน้ำเป็นประจำ เช่น ขอบอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ อ่างล้างจาน พื้นที่รอบสุขภัณฑ์  และบริเวณรอยต่อกระเบื้องในห้องน้ำ แต่เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ซิลิโคนอาจเสื่อมสภาพจากความชื้น คราบสบู่ น้ำยาทำความสะอาด หรือการเสื่อมตามอายุ ทำให้เกิดปัญหาเชื้อรา หลุดลอก แตกเป็นร่อง หรือมีน้ำซึมผ่านได้

การเปลี่ยนซิลิโคนยาแนวใหม่เป็นงานซ่อมบำรุงพื้นฐานที่เจ้าของบ้านสามารถเรียนรู้ และทำได้ด้วยตนเอง เพียงลอกวัสดุเก่าออกให้หมด ทำความสะอาด และทำให้พื้นผิวแห้งสนิท จากนั้นจึงใช้ซิลิโคนใหม่ยาแนวตามแนวรอยต่ออย่างเหมาะสม ก็สามารถช่วยคืนความเรียบร้อย และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำได้

ขั้นตอนเบื้องต้นในการเปลี่ยนซิลิโคนยาแนว

  • ตรวจสอบสภาพซิลิโคนเดิม
  • สังเกตว่ามีรอยดำจากเชื้อรา มีการแตกลายงา หลุดออกจากพื้นผิว หรือมีน้ำซึมหรือไม่ หากพบปัญหา ควรเปลี่ยนใหม่แทนการเติมทับบนของเดิม
  • ลอกซิลิโคนเก่าออกอย่างระมัดระวัง
  • ใช้มีดกรีดหรืออุปกรณ์สำหรับลอกยาแนว นำวัสดุเก่าออกให้หมด เพื่อให้ซิลิโคนใหม่ยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี และลดโอกาสการรั่วซ้ำ
  • ทำความสะอาด และเตรียมพื้นผิว
  • เช็ดคราบสกปรก คราบไขมัน หรือเชื้อราออก  และปล่อยให้บริเวณที่จะยาแนวแห้งสนิทก่อนเริ่มงาน
  • ยาแนวซิลิโคนใหม่ให้เรียบสม่ำเสมอ
  • ควรเลือกใช้ซิลิโคนที่เหมาะกับพื้นที่เปียก เช่น ชนิดป้องกันเชื้อรา  และควบคุมแนวการยิงซิลิโคนให้ต่อเนื่องเพื่อให้ได้งานที่เรียบร้อย

7. ประกอบ และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ง่าย ๆ

เฟอร์นิเจอร์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวก และความสวยงามให้กับพื้นที่ภายในบ้าน ปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์หลายประเภทถูกออกแบบมาให้สามารถประกอบ และติดตั้งได้ง่ายขึ้น ทำให้เจ้าของบ้านสามารถลงมือทำเองได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่างทุกครั้ง เช่น ชั้นวางของ โต๊ะขนาดเล็ก ตู้เก็บของ ชั้นติดผนัง หรืออุปกรณ์ตกแต่งบ้านต่าง ๆ

การประกอบเฟอร์นิเจอร์ด้วยตนเองไม่เพียงช่วยประหยัดค่าแรง แต่ยังช่วยให้เข้าใจโครงสร้าง และวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งการจัดวางให้เหมาะกับการใช้งาน และไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือควรเตรียมความพร้อม และติดตั้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์มีความแข็งแรง ปลอดภัย  และใช้งานได้ยาวนาน

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนประกอบ และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์

  • อ่านคู่มือการประกอบอย่างละเอียด
  • ควรตรวจสอบขั้นตอนการติดตั้ง ลำดับการประกอบ  และอุปกรณ์ที่ให้มาภายในชุดก่อนเริ่มงาน เพื่อป้องกันการประกอบผิดตำแหน่งหรือทำให้ชิ้นส่วนเสียหาย
  • วัดพื้นที่ก่อนติดตั้ง
  • การวัดขนาดพื้นที่จริงช่วยให้มั่นใจว่าเฟอร์นิเจอร์มีขนาดเหมาะสม ไม่กีดขวางทางเดิน เปิด-ปิดประตูหรือหน้าต่างได้สะดวก  และช่วยให้การจัดวางมีความลงตัวมากขึ้น
  • เลือกอุปกรณ์ยึดติดให้เหมาะกับประเภทผนัง
  • ผนังแต่ละชนิดมีความแข็งแรง และวิธีติดตั้งแตกต่างกัน เช่น ผนังปูน ผนังอิฐ หรือผนังยิปซัม ควรเลือกพุก สกรู หรืออุปกรณ์ยึดให้เหมาะสม เพื่อป้องกันเฟอร์นิเจอร์หลุดหรือเกิดอันตราย
  • ใช้เครื่องมือให้ถูกประเภท
  • อุปกรณ์พื้นฐาน เช่น ไขควง สว่าน ระดับน้ำ  และตลับเมตร ช่วยให้การประกอบ และติดตั้งมีความแม่นยำมากขึ้น ลดปัญหาชิ้นส่วนไม่ตรงหรือเฟอร์นิเจอร์เอียง

8. แก้ไขปัญหาท่อน้ำอุดตันเบื้องต้น

ปัญหาท่อน้ำอุดตันเป็นหนึ่งในปัญหางานบ้านที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณอ่างล้างหน้า อ่างล้างจาน ห้องน้ำ หรือจุดระบายน้ำต่าง ๆ ภายในบ้าน อาการที่สังเกตได้ เช่น น้ำระบายช้าลง มีน้ำขัง มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือมีเสียงน้ำไหลผิดปกติจากท่อ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการสะสมของสิ่งสกปรก เช่น เส้นผม เศษสบู่ คราบไขมัน เศษอาหาร หรือสิ่งของขนาดเล็กที่หลุดลงไปในท่อ

แม้ปัญหาท่อน้ำอุดตันบางกรณีอาจต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญ แต่การอุดตันในระยะเริ่มต้นสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีง่าย ๆ  และอุปกรณ์พื้นฐานที่มีอยู่ในบ้าน การดูแล และแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่เพียงช่วยให้ระบบระบายน้ำกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ยังช่วยลดโอกาสเกิดปัญหารุนแรงที่อาจนำไปสู่การซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

วิธีแก้ไขท่อน้ำอุดตันเบื้องต้น

  • ใช้ที่ปั๊มท่อช่วยดันสิ่งอุดตัน
  • ที่ปั๊มท่อเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำเพื่อดันสิ่งอุดตันให้เคลื่อนตัวออกจากบริเวณที่ติดขัด เหมาะสำหรับกรณีที่มีการอุดตันไม่รุนแรง เช่น เศษผมหรือคราบสะสมบริเวณปากท่อ
  • ทำความสะอาดตะแกรงกรอง และบริเวณปากท่อ
  • ตะแกรงกรองมีหน้าที่ช่วยดักจับเศษสิ่งสกปรกไม่ให้ไหลลงท่อ แต่เมื่อมีการสะสมมากขึ้นอาจทำให้น้ำไหลช้า ควรถอดออกมาทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อป้องกันการอุดตัน
  • กำจัดสิ่งอุดตันที่มองเห็นได้
  • หากพบเศษผม เศษอาหาร หรือสิ่งสกปรกติดอยู่บริเวณทางเข้า ควรนำออกทันที โดยหลีกเลี่ยงการใช้แรงดันหรืออุปกรณ์ที่อาจทำให้สิ่งอุดตันเข้าไปลึกกว่าเดิม
  • ตรวจสอบ และทำความสะอาดท่ออย่างสม่ำเสมอ
  • การดูแลระบบระบายน้ำเป็นประจำช่วยลดการสะสมของคราบต่าง ๆ  และช่วยให้ท่อสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

9. ทาสีผนังหรือปรับมุมบ้านใหม่


การทาสีเป็นหนึ่งในวิธีปรับปรุงบ้านที่เห็นผลได้ชัดเจนที่สุด เพราะเพียงเปลี่ยนสีผนังหรือเพิ่มสีสันในบางพื้นที่ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศ และความรู้สึกของห้องได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่หรือใช้งบประมาณสูง การเลือกสีที่เหมาะสมยังช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่  และทำให้บ้านสะท้อนสไตล์ความเป็นตัวเองของผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานทาสีด้วยตนเอง ควรเริ่มจากพื้นที่ขนาดเล็กหรือบริเวณที่ต้องการปรับเปลี่ยนเป็นพิเศษ เช่น ผนังด้านหนึ่งในห้องนั่งเล่น มุมทำงาน ห้องนอน หรือพื้นที่ตกแต่งเล็ก ๆ ภายในบ้าน การเริ่มจากพื้นที่ไม่มากช่วยให้เรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว การเลือกอุปกรณ์  และการควบคุมการทาสีได้ง่ายขึ้น ก่อนขยายไปสู่งานที่มีขนาดใหญ่กว่า

ขั้นตอนเบื้องต้นในการทาสีผนัง

  • เตรียมพื้นผิวก่อนทาสี
  • ควรทำความสะอาดผนัง กำจัดฝุ่น คราบสกปรก  และซ่อมแซมรอยร้าวหรือรูบนผนังให้เรียบร้อย เพื่อให้สีใหม่ยึดเกาะได้ดี และมีความเรียบสวยงาม
  • เลือกสีให้เหมาะกับพื้นที่ และการใช้งาน
  • สีแต่ละโทนสามารถสร้างความรู้สึกที่แตกต่างกัน เช่น สีโทนอ่อนช่วยให้ห้องดูกว้าง และสว่างขึ้น สีโทนอุ่นช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ส่วนสีเข้มสามารถใช้สร้างจุดเด่นหรือเพิ่มความมีเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่
  • เลือกประเภทสี และอุปกรณ์ให้เหมาะสม
  • ควรเลือกใช้สีที่เหมาะกับพื้นผิว เช่น สีสำหรับภายในหรือภายนอกอาคาร รวมถึงเตรียมอุปกรณ์ เช่น ลูกกลิ้ง แปรงทาสี เทปกาวสำหรับป้องกันขอบ  และผ้ารองพื้น เพื่อช่วยให้งานเรียบร้อยมากขึ้น
  • ทาสีอย่างเป็นขั้นตอน
  • ควรเริ่มจากการทารองพื้นในกรณีที่จำเป็น จากนั้นทาสีจริงเป็นชั้นบาง ๆ  และรอให้แห้งก่อนทาทับอีกชั้น เพื่อให้สีสม่ำเสมอ และมีความคงทน

10. ดูแล และบำรุงรักษาบ้านเป็นประจำ

บ้านเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้งานอยู่ทุกวัน จึงย่อมเกิดการเสื่อมสภาพตามเวลา ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ โครงสร้าง หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน การดูแล และตรวจสอบสภาพบ้านอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยค้นหาปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะกลายเป็นความเสียหายขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลา และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมมากขึ้น

การบำรุงรักษาบ้านไม่จำเป็นต้องเป็นงานใหญ่เสมอไป เพียงแบ่งเวลาตรวจเช็กจุดสำคัญเป็นประจำ เช่น หลังคา ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ ประตู  และหน้าต่าง ก็สามารถช่วยให้บ้านอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยรักษาความสวยงาม ลดการเสื่อมสภาพของวัสดุ  และเพิ่มอายุการใช้งานของส่วนต่าง ๆ ภายในบ้าน

จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบ และดูแลเป็นประจำ

  • ตรวจสอบรอยรั่วบริเวณหลังคา และจุดที่สัมผัสน้ำ
  • หลังคาเป็นส่วนที่ช่วยป้องกันบ้านจากแดด และฝน ควรสังเกตรอยคราบน้ำ รอยซึม หรือความเสียหายของกระเบื้องหลังคา โดยเฉพาะหลังช่วงฝนตกหนัก เพราะปัญหาเล็ก ๆ หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ความเสียหายของฝ้า เพดาน  และโครงสร้างภายในบ้านได้
  • ตรวจเช็กปลั๊กไฟ และสายไฟ
  • ระบบไฟฟ้าเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย ควรตรวจสอบว่าปลั๊กไฟมีรอยไหม้ หลวม หรือมีความร้อนผิดปกติหรือไม่ รวมถึงสังเกตสภาพสายไฟว่ามีรอยแตก ชำรุด หรือถูกกัดเสียหาย หากพบความผิดปกติควรแก้ไขทันทีเพื่อป้องกันอันตราย
  • ทำความสะอาดรางน้ำฝน และทางระบายน้ำ
  • เศษใบไม้ ฝุ่น  และสิ่งสกปรกที่สะสมในรางน้ำฝนอาจทำให้น้ำไหลไม่สะดวก เกิดน้ำล้น หรือไหลย้อนเข้าสู่ตัวบ้าน การทำความสะอาดเป็นประจำช่วยให้ระบบระบายน้ำทำงานได้ดี และลดปัญหาความชื้น
  • ตรวจสภาพประตู และหน้าต่าง
  • ควรตรวจดูบานพับ มือจับ กลอนประตู  และขอบยางกันลมว่ามีการเสื่อมสภาพหรือไม่ การขันจุดยึดให้แน่น หยอดน้ำมันหล่อลื่น หรือเปลี่ยนอุปกรณ์บางส่วนเมื่อเริ่มชำรุด จะช่วยให้ใช้งานได้สะดวก และยืดอายุการใช้งาน


การซ่อมแซมบ้านด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด เพียงเริ่มจากงานเล็ก ๆ ที่เหมาะกับทักษะของตัวเอง ศึกษาวิธีทำอย่างถูกต้อง  และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ก็สามารถดูแลบ้านได้ด้วยตัวเองมากขึ้น นอกจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว การได้ลงมือซ่อมแซมบ้านยังสร้างความรู้สึกผูกพัน และความภูมิใจ เพราะทุกมุมของบ้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความใส่ใจของคนที่ดูแลมัน ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม  และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้

หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ  และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่


ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ  และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร  และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000


บทความที่เกี่ยวข้อง