ปรับบ้านเก่าให้ประหยัดพลังงานแบบง่าย ๆ: เซฟเงิน เซฟโลก เริ่มได้เลย!
บ้านเก่าไม่ได้แปลว่าต้องเปลืองไฟเสมอไป แต่เมื่อบ้านถูกสร้าง และใช้งานมาหลายปี ทั้งวัสดุ ระบบภายใน เครื่องใช้ไฟฟ้า และพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยอาจไม่สอดคล้องกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเหมือนบ้านที่ออกแบบตามแนวคิดประหยัดพลังงานในปัจจุบัน ข่าวดีคือไม่จำเป็นต้องรื้อบ้านใหม่ทั้งหลังเพื่อให้บ้านประหยัดพลังงาน หลายวิธีเริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น ลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน ใช้แอร์อย่างเหมาะสม เปลี่ยนหลอดไฟเมื่อถึงเวลา หรือจัดบ้านให้รับลมได้ดีขึ้น สำหรับบ้านในประเทศไทย โดยเฉพาะบ้านที่ต้องรับมือกับอากาศร้อน การลดภาระความร้อนก่อนถึงเครื่องปรับอากาศเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะเมื่อบ้านร้อนน้อยลง เครื่องปรับอากาศก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น
ทำไมบ้านเก่าถึงอาจใช้พลังงานมากกว่าที่ควร
ความร้อนจากภายนอกเข้าสู่บ้านมาก
บ้านที่สร้างมานานอาจไม่ได้ออกแบบโดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพพลังงานเท่ากับบ้านยุคใหม่ เช่น หลังคา และฝ้าอาจมีฉนวนไม่เพียงพอ หน้าต่างรับแดดโดยตรง หรือผนังบางด้านได้รับความร้อนตลอดช่วงบ่าย เมื่อความร้อนสะสมอยู่ภายในบ้าน เครื่องปรับอากาศต้องทำงานมากขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิที่ต้องการแนวคิดการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานจึงไม่ได้มองเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่รวมถึงหลังคา ผนัง การบังแดด ระบบแสงสว่าง และเครื่องปรับอากาศด้วย
เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบภายในบ้านอาจไม่มีประสิทธิภาพสูง
เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเก่าบางประเภทอาจใช้พลังงานมากกว่ารุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้งานเป็นเวลานาน เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เครื่องเก่าไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนทันที หากยังทำงานดี และใช้ไฟไม่มาก การเปลี่ยนใหม่อาจไม่ได้คุ้มค่าทางการเงินเสมอไป ควรพิจารณาการใช้พลังงาน อายุการใช้งาน ค่าซ่อม และราคาของเครื่องใหม่ประกอบกัน
พฤติกรรมการใช้งานก็เป็นส่วนหนึ่งของค่าไฟ
แม้บ้านจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพดี แต่ถ้าเปิดทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น ตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไป หรือเปิดไฟในพื้นที่ที่ไม่มีคนใช้งาน ค่าไฟก็ยังเพิ่มขึ้นได้ พูดง่าย ๆ คือ บ้านประหยัดพลังงานไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “บ้าน + อุปกรณ์ + วิธีใช้งาน” ที่ทำงานไปด้วยกัน
7 วิธีปรับบ้านเก่าให้ประหยัดพลังงาน เริ่มจากเรื่องง่ายก่อน
1. เริ่มจากหลังคา และฝ้า จุดสำคัญของบ้านเขตร้อน
บ้านที่อยู่ในสภาพอากาศร้อน หลังคาเป็นหนึ่งในจุดที่ควรให้ความสำคัญ เพราะพื้นที่หลังคารับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลาหลายชั่วโมง หากกำลังปรับปรุงบ้าน อาจพิจารณาเพิ่มฉนวนกันความร้อนในบริเวณที่เหมาะสม เช่น เหนือฝ้าเพดาน เพื่อช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย ทั้งการมีช่องระบายอากาศใต้หลังคาที่ออกแบบอย่างเหมาะสมก็สามารถช่วยจัดการความร้อนสะสมได้ แต่ก่อนเพิ่มฉนวน ควรตรวจสอบสภาพหลังคา และฝ้าให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยเฉพาะปัญหาน้ำรั่วหรือความชื้น เพราะการนำฉนวนไปติดตั้งในบริเวณที่มีน้ำรั่วอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ถ้าจะเริ่มปรับบ้านเก่า: 1.ตรวจหลังคา 2.แก้น้ำรั่ว 3.ตรวจฝ้า 4. ค่อยพิจารณาเรื่องฉนวน ตามลำดับ
2. ใช้แสงธรรมชาติให้มากขึ้น แต่ต้องไม่แลกกับความร้อน
การเปิดม่านหรือใช้แสงธรรมชาติสามารถช่วยลดการเปิดไฟในช่วงกลางวันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งเปิดบ้านรับแดดยิ่งดี หากหน้าต่างรับแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะแดดช่วงบ่าย ความร้อนที่เข้ามาอาจทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น ทางเลือกที่เหมาะสมจึงเป็นการ ใช้แสงธรรมชาติพร้อมควบคุมความร้อน เช่น ใช้ม่าน มู่ลี่ กันสาด หรืออุปกรณ์บังแดดภายนอกตามลักษณะของบ้าน โดยเฉพาะหน้าต่างด้านที่รับแดดจัด
3. ปรับพฤติกรรมการใช้แอร์ให้คุ้มค่า
เครื่องปรับอากาศเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีผลต่อค่าไฟอย่างมาก จึงเป็นจุดที่เห็นผลได้ชัดหากปรับวิธีใช้งาน เริ่มจากตั้งอุณหภูมิในระดับที่รู้สึกสบายโดยไม่ตั้งต่ำเกินความจำเป็นยกตัวอย่างการตั้งแอร์ที่ 26 องศาเซลเซียส ร่วมกับการเลือกเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง และบำรุงรักษา สามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ อีกวิธีที่ทำได้ง่ายคือใช้พัดลมช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศ เพื่อให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลดอุณหภูมิแอร์ลงมากควรทำความสะอาดแผ่นกรอง และดูแลเครื่องปรับอากาศตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะฝุ่นที่สะสมอาจส่งผลต่อการทำงาน และประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ
4. เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน
LED เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างบ้าน เพียงเลือกเปลี่ยนหลอดเดิมเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน สิ่งสำคัญคืออย่าดูเฉพาะจำนวนวัตต์ แต่ควรดู ความสว่าง (ลูเมน) รูปแบบขั้วหลอด และอุณหภูมิสีให้เหมาะกับพื้นที่ด้วย การเปลี่ยนหลอด CFL ขนาด 13 วัตต์เป็น LED 7 วัตต์ พร้อมปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน สามารถลดการใช้ไฟของหลอดในตัวอย่างนั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน LED เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ด้วย
5. จัดการลมให้บ้านเย็นก่อนเปิดแอร์
ก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ ลองถามตัวเองก่อนว่าบ้านร้อนเพราะอากาศภายในไม่หมุนเวียน หรือร้อนเพราะความร้อนจากภายนอกสะสม ในช่วงที่อากาศภายนอกเหมาะสม การเปิดช่องลม และหน้าต่างบางจุดเพื่อให้อากาศถ่ายเทสามารถช่วยลดความอับร้อนในบ้านได้ แต่ควรปิดช่องเปิดเมื่ออากาศภายนอกร้อนจัด หรือเมื่อเปิดแอร์แล้ว เพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานชดเชยความร้อนจากภายนอก การใช้พัดลมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับวันที่อากาศไม่ร้อนมาก เพราะช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศ และทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นขึ้น
6. ลดไฟ “แฝง” จากอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งาน
เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดยังคงใช้พลังงานในโหมดสแตนด์บาย แม้ไม่ได้ใช้งานเต็มรูปแบบ เช่น โทรทัศน์ อุปกรณ์ความบันเทิง หรืออุปกรณ์บางประเภทที่มีไฟแสดงสถานะตลอดเวลา จึงควรปิดอุปกรณ์ และตัดไฟเมื่อไม่จำเป็น โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ไม่ได้ต้องเปิดรออยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นทุกครั้ง เช่น อุปกรณ์ที่ต้องทำงานต่อเนื่องอย่างตู้เย็น เพราะการตัดไฟอาจทำให้เสียประโยชน์มากกว่าประหยัดไฟ
7. เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าถึงเวลาต้องเปลี่ยน ให้เลือกอย่างมีข้อมูล
อย่าเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงเพราะรุ่นใหม่กว่า แต่ควรเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ขนาดที่เหมาะกับการใช้งาน และค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 สามารถใช้ข้อมูลบนฉลากเป็นหนึ่งในปัจจัยประกอบการตัดสินใจได้ โดยฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่ในปี 2569 มีข้อมูลด้านพลังงาน และข้อมูลเพิ่มเติม เช่น การลดการปล่อย CO₂ และ QR Code สำหรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญคือเลือกขนาดให้เหมาะกับบ้าน และลักษณะการใช้งาน เพราะเครื่องที่ใหญ่เกินความจำเป็นไม่ได้แปลว่าจะประหยัดกว่าเสมอไป
อยากปรับบ้าน แต่มีงบจำกัด เริ่มตรงไหนดี?
ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน วิธีที่คุ้มค่ากว่าคือจัดลำดับตาม ค่าใช้จ่าย ความเร่งด่วน และผลประหยัดที่คาดว่าจะได้รับ
งบหลักร้อย-หลักพัน: ปรับพฤติกรรมก่อน
ข้อดีของกลุ่มนี้คือ เห็นผลได้ทันที และแทบไม่มีต้นทุน เริ่มจากสิ่งที่แทบไม่ต้องลงทุน เช่น
งบระดับปานกลาง: ปรับอุปกรณ์ และจุดรับความร้อน
เมื่อพร้อมลงทุนเพิ่ม อาจพิจารณาเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ติดตั้งอุปกรณ์บังแดด ปรับปรุงจุดที่มีความร้อนเข้าสู่บ้านมาก หรือเพิ่มฉนวนในบริเวณที่เหมาะสม ควรเริ่มจากพื้นที่ที่ใช้งานบ่อยหรือมีปัญหาชัดเจน เช่น ห้องนอนที่เปิดแอร์ทุกคืน มากกว่าปรับบ้านทั้งหลังพร้อมกัน
งบสูงขึ้น: ปรับปรุงระบบครั้งใหญ่เมื่อถึงเวลาซ่อม
หากบ้านกำลังจะซ่อมหลังคา เปลี่ยนฝ้า เปลี่ยนหน้าต่าง หรือปรับปรุงระบบไฟฟ้าอยู่แล้ว นี่เป็นจังหวะที่ดีในการผนวกแนวคิดประหยัดพลังงานเข้าไปด้วย เช่น พิจารณาฉนวนที่เหมาะสม อุปกรณ์บังแดด หน้าต่างที่เหมาะกับสภาพอาคาร หรือเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง แนวทางนี้มักสมเหตุสมผลกว่าการรื้อของที่ยังใช้งานได้ดีเพียงเพื่อเปลี่ยนเป็นของใหม่ เพราะสามารถทำตอนซ่อมอยู่แล้ว และลดค่าแรงหรือค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนบางส่วนได้
ปรับบ้านให้ประหยัดพลังงาน ต้องระวังอะไรบ้าง
อย่าเพิ่มฉนวนโดยไม่ตรวจปัญหาความชื้น
ฉนวนช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาหลังคารั่วหรือความชื้น หากมีน้ำรั่วควรแก้ไขก่อน และควรเลือกชนิด และวิธีติดตั้งฉนวนให้เหมาะกับตำแหน่งใช้งาน บ้านเย็นแต่มีปัญหาความชื้นก็ไม่ใช่บ้านที่ดีต่อการอยู่อาศัย
อย่าอุดช่องอากาศทุกจุดโดยไม่วางแผน
การปิดรอยรั่วของอากาศสามารถช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศในบางกรณี แต่บ้านก็ยังต้องมีการระบายอากาศที่เหมาะสม หากอุดช่องเปิดทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงการระบายอากาศ อาจทำให้ความชื้น กลิ่น หรือมลพิษภายในอาคารสะสมได้ จึงควรแยกให้ออกระหว่างช่องลมที่ไม่ต้องการ กับระบบระบายอากาศที่บ้านจำเป็นต้องมี
อย่าเลือกอุปกรณ์จากคำว่าประหยัดไฟ
คำว่าประหยัดไฟ บนโฆษณาไม่ควรเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจ ควรดูข้อมูลประสิทธิภาพพลังงานบนฉลาก รุ่น ขนาด ความจุ ลักษณะการใช้งาน และค่าไฟโดยประมาณประกอบกัน ปัจจุบันฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 โฉมใหม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น
อย่าเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกันโดยไม่คำนวณความคุ้มค่า
การเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งบ้านในคราวเดียวอาจใช้เงินจำนวนมาก และไม่ได้หมายความว่าจะคืนทุนเร็วเสมอไป วิธีที่เหมาะกว่าคือ เริ่มจากจุดที่ใช้พลังงานมากหรือมีค่าใช้จ่ายสูงก่อน เช่น เครื่องปรับอากาศที่ใช้งานทุกวัน จากนั้นค่อยทยอยปรับจุดอื่นเมื่ออุปกรณ์เดิมหมดอายุหรือถึงเวลาซ่อม ลองคิดง่าย ๆ ว่า เงินที่ประหยัดได้ต่อปี × อายุการใช้งานที่คาดไว้ = ความคุ้มค่าโดยประมาณ ตัวเลขจริงควรคำนวณจากพฤติกรรมการใช้งาน ค่าไฟ และข้อมูลประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละรุ่น ไม่ควรใช้ตัวเลขจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว
การปรับบ้านเก่าให้ประหยัดพลังงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่หรือใช้งบก้อนโตเสมอไป เพราะหลายครั้งการลดความร้อน ปรับพฤติกรรม ใช้อุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ช่วยลดการใช้พลังงานได้แล้ว หากมีงบจำกัด ให้เริ่มจากสิ่งที่แทบไม่ต้องลงทุนก่อน เช่น ปรับการใช้แอร์ ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ ใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม และเพิ่มการระบายอากาศ จากนั้นจึงค่อยลงทุนกับจุดที่มีผลมากขึ้น เช่น การบังแดด ฉนวน หรือการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สุดท้าย บ้านประหยัดพลังงานไม่ใช่บ้านที่ต้องติดตั้งเทคโนโลยีราคาแพงเต็มไปหมด แต่คือบ้านที่ใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น โดยออกแบบ และใช้งานให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ และชีวิตของคนในบ้าน เมื่อค่าไฟลดลงพร้อมกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ บ้านเก่าก็สามารถเซฟเงิน เซฟพลังงาน และเซฟโลกได้ในแบบที่เริ่มลงมือทำได้ตั้งแต่วันนี้เลย ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้
หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่
ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.7.12