GHB Big Family Logo
login

สร้างบ้านหรือซื้อบ้าน: ทางเลือกไหนดีกว่าสำหรับครอบครัว? ชั่งน้ำหนักทุกด้าน ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญ

  1. สร้างบ้านหรือซื้อบ้าน: ทางเลือกไหนดีกว่าสำหรับครอบครัว? ชั่งน้ำหนักทุกด้าน ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญ

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 11/6/2568

สร้างบ้านหรือซื้อบ้าน: ทางเลือกไหนดีกว่าสำหรับครอบครัว? ชั่งน้ำหนักทุกด้าน ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญ

การมีบ้านสักหลังเป็นหนึ่งในการตัดสินใจทางการเงินครั้งใหญ่ของครอบครัว และคำถามที่หลายคนต้องเจอไม่ใช่แค่บ้านราคาเท่าไร แต่คือควรสร้างบ้านเอง หรือซื้อบ้านที่สร้างเสร็จแล้วดี ทั้งสองทางเลือกมีข้อดี และข้อจำกัดแตกต่างกัน ไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกครอบครัว เพราะบ้านที่เหมาะสมต้องสอดคล้องทั้งกับงบประมาณ รูปแบบการใช้ชีวิต ทำเล เวลา และแผนชีวิตในระยะยาว การตัดสินใจจึงควรมองให้ไกลกว่าราคา แล้วลองชั่งน้ำหนักทั้ง ต้นทุน เวลา ความยืดหยุ่น ความเสี่ยง และความเหมาะสมกับครอบครัว ก่อนเลือกทางที่ใช่


5 คำถามที่ครอบครัวควรถามตัวเองก่อนเลือก

ก่อนเปิดดูแบบบ้านหรือเริ่มหาบ้านในโครงการ ลองตอบคำถาม 5 ข้อนี้ร่วมกันเสียก่อน เพราะคำตอบจะช่วยบอกได้ว่าครอบครัวเหมาะกับการสร้าง หรือการซื้อมากกว่า

1. งบประมาณที่มีจริงอยู่ที่เท่าไร

อย่าดูเฉพาะว่ากู้ได้เท่าไร แต่ควรพิจารณาว่าครอบครัวจ่ายไหวแค่ไหนโดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น และเงินสำรอง สำหรับการสร้างบ้าน ค่าใช้จ่ายอาจไม่ได้มีแค่ค่าก่อสร้าง แต่ยังเกี่ยวข้องกับที่ดิน งานออกแบบ งานระบบ งานภายนอก ค่าปรับพื้นที่ เฟอร์นิเจอร์ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามลักษณะโครงสร้างบ้าน ส่วนการซื้อบ้าน แม้จะเห็นราคาบ้านชัดเจนกว่า แต่ก็ยังควรเผื่อค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ การโอน การตกแต่ง ต่อเติม และค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยหลังรับบ้าน ดังนั้นก่อนตัดสินใจควรทำ งบประมาณรวมของโครงการ ไม่ใช่เปรียบเทียบเพียงราคาบ้านกับราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตร

2. ครอบครัวต้องการบ้านแบบไหน

ลองนึกถึงชีวิตจริงในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่หน้าตาบ้านที่ชอบในวันนี้ 

  • ครอบครัวมีผู้สูงอายุหรือไม่ 
  • มีเด็กเล็กหรือไม่ 
  • ต้องการห้องทำงานหรือพื้นที่ทำกิจกรรมหรือเปล่า 
  • มีแผนเพิ่มสมาชิกในครอบครัวหรือไม่
  • ต้องการที่จอดรถกี่คัน

หากมีความต้องการเฉพาะ เช่น ต้องการห้องนอนชั้นล่างเพื่อรองรับผู้สูงอายุ หรืออยากได้พื้นที่ทำงานที่มีความเป็นส่วนตัว การสร้างบ้านเองอาจมีความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ถ้าต้องการบ้านที่มีฟังก์ชันมาตรฐาน และพร้อมเข้าอยู่ การซื้อบ้านในโครงการอาจตอบโจทย์ได้ง่ายกว่า

3. ทำเลสำคัญแค่ไหน

สำหรับบางครอบครัว ทำเลสำคัญกว่าแบบบ้านเสียอีก หากต้องการอยู่ใกล้ที่ทำงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ระบบขนส่ง หรือครอบครัว การหาบ้านสำเร็จรูปในทำเลที่ต้องการอาจง่ายกว่าการหาที่ดินเปล่าแล้วสร้างบ้านในทางกลับกัน หากครอบครัวมีที่ดินอยู่แล้วในทำเลที่เหมาะสม การสร้างบ้านบนที่ดินเดิมอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถออกแบบบ้านให้เข้ากับที่ดิน และบริบทโดยรอบได้

4. มีเวลา และความพร้อมในการดูแลเรื่องก่อสร้างหรือไม่

การสร้างบ้านไม่ได้มีแค่วันที่ช่างเริ่มลงเสาเข็ม แต่มีตั้งแต่การออกแบบ ขออนุญาตก่อสร้าง เลือกผู้รับเหมา ตกลงรายละเอียดวัสดุ ตรวจงาน ติดตามงวดงาน ไปจนถึงตรวจรับบ้าน หากเจ้าของบ้านไม่มีเวลาติดตามงานหรือไม่มีความรู้ด้านก่อสร้างเลย การมีสถาปนิก ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทรับสร้างบ้านที่มีระบบจัดการที่ชัดเจนอาจช่วยลดภาระได้ แต่ก็ยังควรติดตามความคืบหน้า และตรวจสอบเอกสารสำคัญอยู่ดี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แนะนำให้ตรวจสอบผู้รับเหมา และทำสัญญาที่ระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น ราคา วัสดุ ระยะเวลาก่อสร้าง การชำระเงิน และการรับประกันอย่างชัดเจน รวมถึงไม่ควรจ่ายเงินล่วงหน้าทั้งหมดโดยไม่มีเหตุผลรองรับ 

5. ตั้งใจอยู่บ้านนี้นานแค่ไหน

หากตั้งใจสร้างบ้านสำหรับอยู่อาศัยระยะยาว การลงทุนออกแบบให้เหมาะกับครอบครัวตั้งแต่ต้นอาจคุ้มค่าในแง่การใช้งาน แต่ถ้าคาดว่าอาจย้ายงาน ย้ายจังหวัด หรือเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตในอีกไม่กี่ปี การซื้อบ้านที่พร้อมอยู่ และสามารถขายหรือปล่อยเช่าได้ง่ายในอนาคตอาจเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาด้วย


ข้อดีของการสร้างบ้านเอง มีอะไรบ้าง


ออกแบบให้ตรงกับชีวิตของครอบครัว

ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของการสร้างบ้านคือ ความยืดหยุ่นในการออกแบบ ตั้งแต่จำนวนห้อง ตำแหน่งห้องนอน ห้องน้ำ ครัว ที่จอดรถ พื้นที่เก็บของ ไปจนถึงการวางตำแหน่งประตู และหน้าต่าง สามารถวางแผนให้เหมาะกับวิถีชีวิตของสมาชิกในบ้านได้มากกว่าแบบบ้านสำเร็จรูป โดยเฉพาะครอบครัวที่มีความต้องการเฉพาะ การออกแบบตั้งแต่ต้นอาจช่วยลดปัญหาที่ต้องดัดแปลงบ้านภายหลัง

มีโอกาสออกแบบบ้านให้เหมาะกับสภาพที่ดิน

บ้านที่สร้างเองสามารถวางผังให้สัมพันธ์กับขนาด รูปร่าง และทิศทางของที่ดิน รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ ตัวอย่างเช่น วางตำแหน่งหน้าต่างเพื่อรับแสง และลมในจุดที่เหมาะสม ทำชายคาหรืออุปกรณ์บังแดดบริเวณที่รับแดดจัด หรือจัดพื้นที่ใช้สอยให้สัมพันธ์กับทิศทางการเข้าออก นี่เป็นข้อได้เปรียบที่บ้านแบบมาตรฐานอาจทำได้จำกัด เพราะแบบบ้านต้องถูกนำไปปรับใช้กับที่ดิน และเงื่อนไขของโครงการ

เลือกระดับวัสดุ และมาตรฐานบางส่วนได้เอง

การสร้างบ้านเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านเลือกวัสดุ และอุปกรณ์บางรายการตามงบประมาณ และความต้องการ เช่น สุขภัณฑ์ พื้น ประตู หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน แต่คำว่าเลือกเองได้ ไม่ได้หมายความว่าเลือกได้โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะวัสดุ และระบบต่าง ๆ ต้องสอดคล้องกับแบบ โครงสร้าง งบประมาณ และมาตรฐานการก่อสร้างด้วย


ข้อจำกัดของการสร้างบ้านเองที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ใช้เวลา และการจัดการมากกว่า

ตั้งแต่เลือกแบบ หาผู้รับเหมา ไปจนถึงตรวจงาน ล้วนต้องใช้เวลา และการตัดสินใจ ยิ่งเจ้าของบ้านต้องการปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายครั้งระหว่างก่อสร้าง ก็ยิ่งมีโอกาสทำให้ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

งบประมาณอาจบานปลายได้

งบก่อสร้างที่วางไว้ตั้งแต่แรกอาจเปลี่ยนแปลงจากการปรับแบบ ราคาวัสดุ งานที่ไม่คาดคิด หรือการเพิ่มรายการระหว่างก่อสร้าง วิธีลดความเสี่ยงคือกำหนดขอบเขตงานให้ละเอียดก่อนเซ็นสัญญา ระบุชนิด และปริมาณวัสดุที่สำคัญ รวมถึงกำหนดเงื่อนไขกรณีมีการเปลี่ยนแปลงงาน สคบ. ระบุว่ารายละเอียดอย่างราคาค่าก่อสร้าง และปริมาณวัสดุควรมีความชัดเจนในสัญญาว่าจ้างก่อสร้าง และเตือนถึงความเสี่ยงของการจ่ายเงินงวดแรกในจำนวนสูงเกินไป 

ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกผู้รับเหมา

บ้านจะดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการก่อสร้างจริง ดังนั้นอย่าเลือกผู้รับเหมาจากราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ รูปแบบการทำงาน และความชัดเจนของสัญญา หากเป็นไปได้ควรดูผลงานที่สร้างเสร็จแล้ว และงานที่กำลังก่อสร้าง เพื่อประเมินคุณภาพ และการบริหารงานจริง แนะนำให้ตรวจสอบประวัติ และผลงานของผู้รับเหมาก่อนว่าจ้าง รวมถึงพิจารณาความสามารถในการควบคุมงาน และระยะเวลาให้รอบคอบ 


ข้อดีของการซื้อบ้านสำเร็จรูปหรือบ้านในโครงการ


ประหยัดเวลา และลดภาระการจัดการก่อสร้าง

สำหรับครอบครัวที่ไม่อยากจัดการเรื่องผู้รับเหมา วัสดุ และรายละเอียดหน้างาน การซื้อบ้านที่สร้างเสร็จหรือบ้านในโครงการช่วยลดขั้นตอนเหล่านี้ได้มาก โดยเฉพาะบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ผู้ซื้อสามารถตรวจสภาพบ้าน และเตรียมย้ายเข้าได้ตามเงื่อนไขของผู้ขาย

เห็นบ้าน และสภาพแวดล้อมจริงก่อนตัดสินใจได้ในหลายกรณี

ข้อดีอีกอย่างคือผู้ซื้อสามารถไปดูบ้านจริง ถนนภายในโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง และบรรยากาศโดยรอบได้ในกรณีที่โครงการก่อสร้างแล้วหรือมีบ้านตัวอย่าง และพื้นที่ที่สามารถเข้าชมได้ การไปดูสถานที่จริงยังช่วยให้เห็นสิ่งที่รูปภาพหรือโบรชัวร์บอกไม่ได้ เช่น เสียงจากถนน ความหนาแน่นของบ้าน ทิศทางแดด สภาพการจราจร และสภาพแวดล้อมในช่วงเวลาต่าง ๆ บ้านตัวอย่างอาจตกแต่งหรือปรับเพิ่มจากมาตรฐานที่ส่งมอบจริง จึงควรตรวจสอบรายการวัสดุ และสิ่งที่จะได้รับตามเอกสารสัญญาให้ชัดเจน

วางแผนงบประมาณได้ง่ายกว่า

การซื้อบ้านมีราคาขาย และรายการที่รวมอยู่ในบ้านค่อนข้างชัดเจนกว่าการเริ่มก่อสร้างจากศูนย์ ทำให้วางกรอบงบประมาณได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาที่ประกาศคือค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้ซื้อควรเผื่อค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกู้ การโอน การตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการต่อเติมที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง


ข้อจำกัดของการซื้อบ้านที่ไม่ควรมองข้าม

แบบบ้านอาจไม่ตรงกับความต้องการทั้งหมด

บ้านในโครงการมักมีแบบ และผังที่กำหนดไว้แล้ว แม้บางโครงการจะมีตัวเลือกหรือสามารถปรับบางรายการได้ แต่ความยืดหยุ่นโดยรวมมักน้อยกว่าการออกแบบบ้านเอง ก่อนซื้อจึงควรถามตัวเองว่าสิ่งที่บ้านไม่มี เราสามารถอยู่ได้หรือไม่ มากกว่าคิดว่าจะซื้อก่อนแล้วค่อยแก้ทุกอย่างภายหลัง เพราะการต่อเติมภายหลังอาจมีทั้งค่าใช้จ่าย ข้อจำกัดด้านโครงสร้าง และเงื่อนไขของโครงการ

ทำเล และสภาพแวดล้อมต้องตรวจสอบให้รอบด้าน

บ้านสวย และราคาเหมาะสมอาจไม่ใช่บ้านที่เหมาะกับครอบครัว หากต้องใช้เวลาเดินทางนาน มีปัญหาน้ำท่วม เสียงดัง หรือไม่มีบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ก่อนตัดสินใจควรลองเดินทางจากบ้านไปยังสถานที่สำคัญในช่วงเวลาใช้งานจริง เช่น เวลาไปทำงาน และเวลาเลิกงาน รวมถึงสำรวจบริเวณโดยรอบมากกว่าหนึ่งช่วงเวลา หากเป็นการซื้อบ้านหรือที่ดิน ควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ และรายละเอียดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนทำธุรกรรม และอ่านสัญญาอย่างละเอียด เพราะเมื่อเซ็นสัญญาแล้ว เงื่อนไขต่าง ๆ อาจมีผลผูกพันคู่สัญญา 

ค่าใช้จ่ายไม่ได้จบแค่ราคาบ้าน

ราคาบ้านเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัย หลังซื้ออาจมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายจากการต่อเติมในอนาคต ดังนั้น เวลาคำนวณว่าบ้านไหนคุ้มกว่า ควรดู ต้นทุนตลอดระยะเวลาที่ตั้งใจอยู่อาศัย มากกว่าดูเฉพาะราคาซื้อ

แล้วแบบไหนเหมาะกับครอบครัวของคุณ

ลองใช้หลักคิดง่าย ๆ การสร้างบ้านเองอาจเหมาะกว่า หากครอบครัวมีที่ดินอยู่แล้ว มีความต้องการด้านพื้นที่ค่อนข้างเฉพาะ ต้องการควบคุมรายละเอียดบ้าน และมีเวลาหรือทีมงานที่พร้อมบริหารการก่อสร้าง การซื้อบ้านในโครงการอาจเหมาะกว่า หากต้องการความสะดวก ต้องการลดภาระการจัดการก่อสร้าง ให้ความสำคัญกับทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวก และต้องการเห็นบ้านหรือสภาพแวดล้อมก่อนตัดสินใจในระดับหนึ่ง แต่หากยังลังเล อย่าเพิ่งถามว่าสร้างหรือซื้อถูกกว่ากัน เพราะคำตอบเปลี่ยนไปตามที่ดิน ทำเล ขนาดบ้าน วัสดุ  และช่วงเวลา คำถามที่ดีกว่าคือ

“ทางเลือกไหนทำให้ครอบครัวได้บ้านที่ตอบโจทย์ชีวิต โดยรับภาระทางการเงิน และการจัดการที่เรารับไหว?”


ไม่มีคำตอบตายตัวว่าการสร้างบ้านเองหรือซื้อบ้านสำเร็จรูปจะดีกว่ากัน เพราะทั้งสองทางเลือกต่างมีข้อดีข้อเสียคนละแบบ สร้างบ้านเอง เด่นเรื่องความยืดหยุ่น สามารถออกแบบบ้านให้เข้ากับครอบครัว และที่ดินได้ แต่ต้องแลกกับเวลา การจัดการ และความเสี่ยงด้านงบประมาณ และการก่อสร้าง ส่วนการซื้อบ้านในโครงการ เด่นเรื่องความสะดวก การวางแผน และการลดภาระงานก่อสร้าง แต่ต้องยอมรับข้อจำกัดของแบบบ้าน และต้องตรวจสอบทำเล สภาพแวดล้อม สัญญา และค่าใช้จ่ายระยะยาวให้รอบคอบ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าให้ความสวยของบ้านหรือราคาที่เห็นตรงหน้ากลายเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ บ้านที่ดีสำหรับครอบครัวควรเป็นบ้านที่เหมาะกับงบประมาณ ชีวิตประจำวัน ทำเล และแผนอนาคตของคนในบ้านจริง ๆ ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม  และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ  และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้

หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่


ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ  และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร  และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000


บทความที่เกี่ยวข้อง