GHB Big Family Logo
login

เตรียมตัววางแผนบ้านเพื่อรองรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว: เติมเต็มความสุข สร้างพื้นที่แห่งรัก

  1. เตรียมตัววางแผนบ้านเพื่อรองรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว: เติมเต็มความสุข สร้างพื้นที่แห่งรัก

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 8/6/2568

เตรียมตัววางแผนบ้านเพื่อรองรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว: เติมเต็มความสุข สร้างพื้นที่แห่งรัก

การมีสมาชิกใหม่เข้ามาในครอบครัวเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้บ้านต้องปรับตัวตามไปด้วย เพราะความต้องการของคนในบ้านจะเปลี่ยนจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด จากพื้นที่นอนของสมาชิกใหม่ อุปกรณ์สำหรับดูแลเด็ก ไปจนถึงพื้นที่เก็บของ และจุดเสี่ยงต่าง ๆ สิ่งที่ควรเตรียมจึงไม่ใช่เพียงการจัดห้องให้สวยงาม แต่คือการทำให้บ้าน ปลอดภัย ใช้งานสะดวก และรองรับการเติบโตของสมาชิกใหม่ในระยะยาว ที่สำคัญ การเตรียมบ้านไม่จำเป็นต้องรื้อหรือปรับปรุงครั้งใหญ่เสมอไป หลายเรื่องเริ่มต้นได้จากการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ตรวจจุดเสี่ยง และปรับพฤติกรรมการใช้งานให้เหมาะสม


ก่อนปรับบ้าน ลองมองให้ไกลกว่าห้องของสมาชิกใหม่ในบ้าน


เมื่อรู้ว่ากำลังจะมีสมาชิกใหม่ หลายครอบครัวอาจเริ่มจากการเตรียมห้องนอน เปล หรือเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก แต่ถ้ามองให้รอบด้าน บ้านทั้งหลังควรได้รับการเตรียมพร้อมไปด้วย เหตุผลคือเด็กไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องนอน เมื่อเริ่มคลาน เดิน และสำรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง พื้นที่ที่เคยคิดว่าปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ก็อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงสำหรับเด็กได้ ดังนั้นแทนที่จะถามว่าจะจัดห้องเด็กอย่างไร ลองเปลี่ยนเป็นถ้าสมาชิกใหม่เริ่มเคลื่อนไหวได้ บ้านทั้งหลังจะปลอดภัยแค่ไหน 

สมาชิกใหม่ต้องการพื้นที่อะไรบ้าง

ความต้องการของสมาชิกใหม่ไม่ได้มีเพียงห้องนอน แต่ควรคิดถึงพื้นที่สำหรับกิจวัตรต่าง ๆ ด้วย เช่น

  • พื้นที่นอน และพักผ่อน
  • พื้นที่สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือดูแลความสะอาด
  • พื้นที่เก็บเสื้อผ้า ของใช้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • พื้นที่สำหรับเล่น และเคลื่อนไหว
  • พื้นที่สำหรับผู้ปกครองดูแลสมาชิกใหม่ได้สะดวก
  • พื้นที่สำหรับสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวที่ยังต้องใช้ชีวิตตามปกติ

โดยเฉพาะในช่วงแรก ผู้ปกครองอาจต้องตื่น และดูแลสมาชิกใหม่ในบ้านหลายครั้งในช่วงกลางคืน การจัดพื้นที่ให้ของใช้ที่จำเป็นอยู่ใกล้มือ และเดินทางระหว่างห้องได้สะดวกจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าความสวยงาม

คิดเผื่อการเติบโต ไม่ใช่แค่ช่วงแรก

ห้องที่เหมาะกับเด็กแรกเกิดอาจไม่เหมาะกับเด็กวัยหัดเดิน และสิ่งที่ใช้ได้ดีในช่วงหนึ่งอาจกลายเป็นของเกะกะเมื่อเด็กโตขึ้น จึงควรคิดล่วงหน้าอย่างน้อยเป็นช่วง ๆ เช่น

  • ช่วงแรก เน้นพื้นที่พักผ่อน และพื้นที่สำหรับผู้ดูแล
  • ช่วงเริ่มเคลื่อนไหว เพิ่มความสำคัญกับการป้องกันการตก การชน และการเข้าถึงสิ่งอันตราย
  • ช่วงเริ่มเดิน และสำรวจ บ้านต้องรองรับการเคลื่อนไหว และการเล่นมากขึ้น
  • โตขึ้น อาจต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และเก็บของส่วนตัว

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ หรือไม่ผูกติดกับช่วงวัยใดวัยหนึ่งมากเกินไป จึงช่วยลดการซื้อของใหม่ซ้ำ ๆ ได้

บ้านต้องตอบโจทย์สมาชิกทุกคน

การเตรียมบ้านเพื่อสมาชิกใหม่ในบ้านไม่ควรทำให้สมาชิกเดิมต้องเสียพื้นที่หรือความสะดวกทั้งหมด หากมีผู้สูงอายุในบ้าน ควรคำนึงถึงการเดินทางระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ หากมีเด็กโต ควรรักษาพื้นที่สำหรับเรียน เล่น และพักผ่อนของเขาไว้ด้วย ส่วนผู้ปกครองเองก็ควรมีพื้นที่พักผ่อน และจัดเก็บของอย่างเป็นระเบียบ บ้านที่ดีจึงไม่ใช่บ้านที่มีพื้นที่สำหรับสมาชิกใหม่มากที่สุด แต่เป็นบ้านที่ จัดสมดุลพื้นที่ของทุกคนได้อย่างเหมาะสม

8 จุดในบ้านที่ควรเตรียมพร้อมก่อนสมาชิกใหม่มาถึง

1. ห้องนอน และพื้นที่พักผ่อน

พื้นที่นอนเป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสำหรับทารก แนวทางของ American Academy of Pediatrics แนะนำให้ทารกนอนหงายบนพื้นผิวที่แข็ง และเรียบ และพื้นที่นอนควรปราศจากสิ่งของนุ่ม ๆ เช่น หมอน ผ้าห่มหลวม ตุ๊กตา หรือของที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจ ดังนั้น การจัดห้องควรเน้น ความปลอดภัยก่อนความสวยงาม เช่น

  • เลือกพื้นที่นอนที่ได้มาตรฐาน และเหมาะกับวัย
  • ไม่วางของตกแต่งหรือสายไฟในตำแหน่งที่เด็กเอื้อมถึง
  • จัดทางเดินให้ผู้ดูแลเข้าถึงพื้นที่นอนได้สะดวก
  • ควบคุมอุณหภูมิ และการระบายอากาศให้เหมาะสม
  • เมื่อเด็กโต และเริ่มเคลื่อนไหว ให้ประเมินจุดเสี่ยงภายในห้องใหม่อีกครั้ง

2. ห้องน้ำ: ความสะดวกต้องมาคู่กับความปลอดภัย

ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ควรระวังเรื่องการลื่นล้ม และน้ำเป็นพิเศษ ควรดูแลให้พื้นไม่ลื่นเมื่อเปียก จัดเก็บยา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และของใช้ที่อาจเป็นอันตรายให้พ้นมือเด็ก และไม่ควรปล่อยเด็กเล็กอยู่ตามลำพังในอ่างอาบน้ำหรือบริเวณที่มีน้ำ เมื่อเด็กเริ่มเคลื่อนไหวเอง อาจพิจารณาใช้ตัวล็อกตู้ในตำแหน่งที่เก็บสารเคมีหรือของอันตราย รวมถึงจัดเก็บของมีคมให้มิดชิด หลักสำคัญคืออย่าพึ่งพาอุปกรณ์ป้องกันเพียงอย่างเดียว การดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของความปลอดภัย

3. ห้องครัว: พื้นที่ที่ควรกันเด็กตั้งแต่เนิ่น ๆ

ห้องครัวมีทั้งความร้อน ของมีคม เครื่องใช้ไฟฟ้า และสารต่าง ๆ จึงเป็นพื้นที่ที่ควรจำกัดการเข้าถึงของเด็กเมื่อเริ่มคลาน และเดิน ควรจัดการโดย

  • เก็บมีด และของมีคมในพื้นที่ที่เด็กเอื้อมไม่ถึง
  • เก็บน้ำยาทำความสะอาด และสารเคมีให้มิดชิด
  • ระวังภาชนะร้อน และของเหลวร้อน
  • จัดสายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ให้ห้อยลงมาในระดับที่เด็กดึงถึง
  • พิจารณาใช้ตัวล็อกตู้หรือลิ้นชักในจุดที่มีของอันตราย

4. บันได และพื้นที่ต่างระดับ

บันไดเป็นหนึ่งในจุดที่ต้องประเมินเมื่อเด็กเริ่มคลานหรือเดิน ควรมีประตูกั้นบริเวณบันไดที่เหมาะสม และตรวจสอบว่าติดตั้งอย่างมั่นคง ไม่สามารถดันหรือปีนข้ามได้ง่าย รวมถึงไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของใกล้ราวกั้นที่อาจช่วยให้เด็กปีนขึ้นไปได้ สำหรับบ้านที่มีพื้นต่างระดับ ควรสังเกตจุดสะดุด เช่น ธรณีประตู ขอบพรม หรือระดับพื้นที่เปลี่ยนกะทันหัน หากมีพรมหรือแผ่นรองพื้น ควรตรวจว่าไม่เลื่อนง่าย เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะดุดล้มของทั้งเด็ก และผู้ใหญ่

5. ประตู หน้าต่าง และระเบียง

หน้าต่าง และระเบียงเป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญเมื่อเด็กเริ่มปีนหรือยืนเกาะ ไม่ควรวางเตียง เก้าอี้ โต๊ะ หรือเฟอร์นิเจอร์อื่นใกล้หน้าต่างในตำแหน่งที่เด็กสามารถปีนขึ้นไปได้ง่าย และควรตรวจสอบกลไกล็อกหน้าต่างให้ทำงานได้ดี หากบ้านมีระเบียง ควรตรวจสอบความแข็งแรงของราวกันตก และช่องว่างต่าง ๆ รวมถึงไม่วางเฟอร์นิเจอร์ที่เด็กสามารถปีนขึ้นไปชิดราวได้ สำหรับสายดึงหรือเชือกของม่าน ควรจัดเก็บให้พ้นมือเด็ก เพราะสายของม่านบางรูปแบบอาจเป็นอันตรายได้

6. ปลั๊กไฟ และสายไฟ

เมื่อเด็กเริ่มคลาน การสำรวจสิ่งต่าง ๆ มักเกิดขึ้นโดยใช้มือ ดังนั้นปลั๊กไฟ และสายไฟที่อยู่ในระดับพื้นจึงควรได้รับการตรวจสอบ สิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วงจำนวนมากต่อพ่วงกันเป็นทอด ๆ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า

  • เก็บสายไฟให้เป็นระเบียบ
  • ไม่ปล่อยสายไฟพาดในทางเดิน
  • จัดเก็บ adapter และปลั๊กพ่วงให้เหมาะสม
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันเต้ารับที่เหมาะกับประเภทเต้ารับ และเป็นไปตามมาตรฐาน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด

7. เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ภายในบ้าน

เมื่อเด็กเริ่มเกาะยืน โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของอาจไม่ได้เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์อีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่เด็กพยายามปีน ตู้หรือชั้นวางของที่มีความเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำควรยึดเข้ากับผนังด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์สูงหรือหนักด้านบน ควรตรวจสอบมุมแหลม กระจก หรือชิ้นส่วนขนาดเล็กที่เด็กอาจหยิบเข้าปากได้ด้วย การจัดบ้านสำหรับเด็กจึงไม่ใช่แค่การซื้อของใช้สำหรับเด็กเพิ่ม แต่รวมถึงการ ปรับสภาพแวดล้อมเดิมให้เหมาะกับพฤติกรรมของเด็กตามวัย

8. พื้นที่เก็บของ: มีสมาชิกเพิ่ม ของก็เพิ่มตาม

เมื่อมีสมาชิกใหม่ สิ่งของในบ้านมักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เสื้อผ้า ผ้าอ้อม ของเล่น อุปกรณ์ดูแลเด็ก ไปจนถึงของใช้ที่เปลี่ยนตามช่วงวัย หากไม่มีระบบจัดเก็บที่ดี บ้านอาจเริ่มรก และทำให้ทางเดินแคบลงโดยไม่รู้ตัววิธีหนึ่งคือแบ่งพื้นที่เก็บของเป็นหมวด เช่น ของใช้ประจำวัน เสื้อผ้า อุปกรณ์ดูแล ของเล่น ของที่ยังไม่ได้ใช้งาน ของที่เก็บไว้สำหรับช่วงวัยถัดไป พร้อมติดป้ายหรือใช้กล่องที่หยิบง่าย เพื่อให้สมาชิกในบ้านทุกคนรู้ว่าของแต่ละอย่างอยู่ตรงไหน ที่สำคัญ ของที่เป็นอันตราย เช่น ยา สารเคมี ของมีคม หรือของชิ้นเล็กที่อาจก่ออันตราย ไม่ควรจัดเก็บรวมกับของเล่นหรือของใช้ทั่วไปเพียงเพื่อความสะดวก

ถ้าบ้านมีพื้นที่จำกัด จะจัดอย่างไรให้รองรับสมาชิกใหม่


บ้านเล็กไม่ได้หมายความว่าจะรองรับสมาชิกใหม่ในบ้านไม่ได้ สิ่งสำคัญคือ ใช้พื้นที่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Multifunction

เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้งานได้มากกว่าหนึ่งหน้าที่ช่วยลดจำนวนชิ้นของที่ต้องนำเข้าบ้าน เช่น โต๊ะที่มีพื้นที่เก็บของ หรือเตียงที่มีลิ้นชักเก็บของ แต่ควรเลือกโดยดูความแข็งแรง ความปลอดภัย และความเหมาะสมกับวัยเป็นหลัก ไม่ควรเลือกเพียงเพราะประหยัดพื้นที่ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก ต้องตรวจสอบคำแนะนำ และข้อจำกัดด้านอายุหรือการใช้งานจากผู้ผลิตด้วย

ใช้พื้นที่แนวตั้ง

ผนังสามารถกลายเป็นพื้นที่เก็บของเพิ่มเติมได้ เช่น ชั้นวางของหรือตู้ติดผนัง แต่ต้องคำนึงถึงความแข็งแรง และการยึดติดให้เหมาะสม หลักสำคัญคือ ของที่อยู่สูงไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป หากเด็กสามารถปีนเฟอร์นิเจอร์ขึ้นไปถึงได้ ดังนั้น พื้นที่สูงควรใช้เก็บของที่ไม่จำเป็นต้องหยิบบ่อย ส่วนของที่ใช้ประจำควรจัดไว้ในตำแหน่งที่ผู้ดูแลหยิบได้สะดวกโดยไม่ต้องปีน

ลดของที่ไม่จำเป็น

สมาชิกใหม่อาจทำให้บ้านเต็มไปด้วยของที่ น่าจะได้ใช้สักวัน แต่ในความเป็นจริง ของสำหรับเด็กจำนวนมากมีช่วงเวลาการใช้งานสั้น ก่อนซื้อจึงควรถามว่า จำเป็นจริงหรือไม่ ใช้บ่อยแค่ไหน และมีของชิ้นอื่นทำหน้าที่เดียวกันอยู่แล้วหรือเปล่า การลดของที่ไม่จำเป็นไม่ได้ช่วยแค่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น ลดสิ่งกีดขวางบนพื้น และทำให้ผู้ดูแลมองเห็นจุดต่าง ๆ ในบ้านได้ชัดเจนขึ้น


การเตรียมบ้านเพื่อรองรับสมาชิกใหม่ไม่ใช่การแข่งขันว่าครอบครัวไหนมีห้องเด็กสวยที่สุด แต่คือการทำให้ บ้านทั้งหลังปลอดภัย ใช้งานง่าย และเติบโตไปพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว ก่อนปรับบ้าน ลองเริ่มจากการมองชีวิตจริงของครอบครัวในอีกหลายปีข้างหน้า แล้วค่อยจัดลำดับความสำคัญ ตั้งแต่พื้นที่พักผ่อน ห้องน้ำ ห้องครัว บันได หน้าต่าง ปลั๊กไฟ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงพื้นที่เก็บของ หากมีพื้นที่จำกัด ก็ไม่จำเป็นต้องรีบขยายบ้านเสมอไป การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม ใช้พื้นที่แนวตั้ง และลดของที่ไม่จำเป็นก็ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานได้มาก ท้ายที่สุด บ้านที่ดีสำหรับสมาชิกใหม่อาจไม่ใช่บ้านที่ใหญ่ที่สุดหรือแต่งครบที่สุด แต่คือ บ้านที่ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างปลอดภัย สะดวก และมีพื้นที่สำหรับสร้างความทรงจำดี ๆ ไปพร้อมกัน เพราะเมื่อครอบครัวเติบโต บ้านก็ไม่ควรเป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าที่นี่คือบ้านของเรา ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้

หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่


ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000


บทความที่เกี่ยวข้อง