บ้านสำหรับครอบครัวใหญ่: วางแผนพื้นที่อย่างไรให้ลงตัว ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน
บ้านสำหรับครอบครัวใหญ่ไม่ได้หมายถึงบ้านที่ต้องมีพื้นที่มากที่สุดหรือมีห้องมากที่สุดเสมอไป แต่คือบ้านที่ คนหลายวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ โดยไม่รู้สึกว่าใครต้องเสียสละพื้นที่หรือความเป็นส่วนตัวมากเกินไป ในบ้านหลังเดียวอาจมีทั้งเด็กเล็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ หรือสมาชิกที่มีตารางชีวิตแตกต่างกัน การออกแบบจึงต้องคิดมากกว่าเรื่องจำนวนห้องนอน แต่ต้องมองถึงการเดิน การใช้พื้นที่ การพักผ่อน การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวัน หัวใจสำคัญคืออยู่ใกล้กันเมื่ออยากใช้เวลาร่วมกัน และแยกออกจากกันได้เมื่อแต่ละคนต้องการความเป็นส่วนตัว
ก่อนออกแบบบ้าน ต้องรู้จัก “คนในบ้าน” ให้ชัด
ก่อนเริ่มวาดผังบ้าน ลองทำความเข้าใจก่อนว่าแต่ละคนใช้ชีวิตอย่างไร เพราะความต้องการของสมาชิกแต่ละวัยแตกต่างกัน
เด็กเล็กต้องการพื้นที่ปลอดภัย และพื้นที่เล่น
เด็กต้องการพื้นที่สำหรับเคลื่อนไหว เล่น และเรียนรู้ แต่พื้นที่เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องขนาดใหญ่เสมอไปสิ่งที่สำคัญกว่าคือพื้นที่ควรปลอดภัย มองเห็นได้ง่ายจากพื้นที่ที่ผู้ใหญ่ใช้งานเป็นประจำ และไม่มีสิ่งกีดขวางหรือจุดเสี่ยงที่ไม่จำเป็น เมื่อเด็กโตขึ้น ความต้องการก็จะเปลี่ยนจากพื้นที่เล่นเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ ทำการบ้าน และทำกิจกรรมส่วนตัว จึงควรคิดเผื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งแต่ต้น
วัยทำงานต้องการทั้งพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ทำงาน
สมาชิกวัยทำงานอาจต้องการพื้นที่สำหรับทำงานจากบ้าน ประชุมออนไลน์ หรือพักผ่อนโดยไม่ถูกรบกวน หากทุกคนต้องใช้ห้องเดียวกันตลอดเวลา บ้านอาจเริ่มมีปัญหาเรื่องเสียง และความเป็นส่วนตัว ดังนั้นบ้านครอบครัวใหญ่ควรมีพื้นที่ที่สามารถแยกการใช้งานได้ เช่น มุมทำงานที่ไม่อยู่ติดกับพื้นที่เล่นของเด็ก หรือห้องอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนหน้าที่ได้
ผู้สูงอายุต้องการ “เข้าถึงง่าย” มากกว่าพื้นที่ใหญ่
สำหรับผู้สูงอายุ การมีบ้านขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่อาศัยได้สะดวก หากต้องเดินไกล ขึ้นลงบันไดบ่อย หรือผ่านพื้นที่แคบ และต่างระดับ หลักการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) จึงให้ความสำคัญกับการเข้าถึง การลดอุปสรรค และการใช้งานพื้นที่อย่างปลอดภัย ตัวอย่างเช่น หากบ้านมีผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวลำบาก การมีห้องนอน และห้องน้ำอยู่ชั้นเดียวกับพื้นที่ใช้ชีวิตประจำวันอาจมีประโยชน์มากกว่าการเพิ่มพื้นที่ห้องนอนให้ใหญ่ขึ้น
วางผังบ้านสำหรับครอบครัวใหญ่ด้วยแนวคิด “พื้นที่ 3 ระดับ”
การแบ่งบ้านตามระดับความเป็นส่วนตัวเป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้สมาชิกหลายวัยอยู่ร่วมกันได้ง่ายขึ้น
พื้นที่ส่วนกลาง: จุดเชื่อมความสัมพันธ์
พื้นที่ส่วนกลางคือพื้นที่ที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกัน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร หรือพื้นที่ทำกิจกรรมของครอบครัว ควรจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย และมีขนาดเหมาะสมกับจำนวนสมาชิก แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้ใหญ่จนกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานจริง สิ่งสำคัญคือทำให้พื้นที่ส่วนกลางเป็นจุดนัดพบของครอบครัว เช่น มีโต๊ะรับประทานอาหารที่ทุกคนนั่งร่วมกันได้ หรือมีพื้นที่ที่เด็กสามารถเล่นใกล้ ๆ ขณะที่ผู้ใหญ่ทำกิจกรรมอื่น
พื้นที่กึ่งส่วนตัว: อยู่ใกล้กัน แต่ไม่รบกวนกัน
พื้นที่ประเภทนี้เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการความสงบขึ้นมาอีกระดับ เช่น ห้องทำงาน มุมอ่านหนังสือ ห้องดูโทรทัศน์ หรือพื้นที่สำหรับวัยรุ่น การจัดพื้นที่กึ่งส่วนตัวให้แยกจากพื้นที่ส่วนกลางเล็กน้อย จะช่วยลดเสียงรบกวนโดยไม่ทำให้สมาชิกแต่ละคนรู้สึกถูกแยกออกจากครอบครัว
พื้นที่ส่วนตัว: ทุกคนควรมี “มุมของตัวเอง”
แม้จะเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ทุกคนควรมีพื้นที่ที่รู้สึกว่าเป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องส่วนตัวสำหรับทุกคนเสมอไป อาจเป็นโต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือพื้นที่เก็บของส่วนตัวที่ชัดเจนก็ได้ หลักสำคัญคือ ความเป็นส่วนตัวไม่ได้วัดจากจำนวนตารางเมตรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่นั้นช่วยให้สมาชิกพักผ่อนหรือทำกิจกรรมของตัวเองได้มากแค่ไหน
7 จุดสำคัญที่ควรวางแผนให้ดีในบ้านครอบครัวใหญ่
1. ห้องนอน: จัดโซนตามวัย และกิจวัตร
การจัดห้องนอนไม่ควรดูแค่จำนวนสมาชิก แต่ควรดูเวลาเข้านอน และตื่นนอนด้วย เด็กเล็กอาจนอนเร็ว ผู้สูงอายุอาจต้องการความสงบ ส่วนวัยทำงานบางคนอาจกลับบ้านดึก หากห้องนอนทั้งหมดอยู่รวมกันโดยไม่มีการวางแผน อาจรบกวนกันได้ง่าย หากเป็นไปได้ ควรจัดห้องนอนของผู้สูงอายุไว้ในบริเวณที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะหากมีข้อจำกัดด้านการเดิน และพิจารณาให้มีห้องน้ำที่เข้าถึงสะดวก สำหรับห้องนอนของเด็ก ควรคิดเผื่อพื้นที่ตามวัย เช่น พื้นที่เล่นในช่วงแรก และพื้นที่สำหรับเรียนหรือเก็บของเมื่อโตขึ้น
2. ห้องน้ำ: จำนวนไม่ใช่เรื่องเดียว ความปลอดภัยก็สำคัญ
ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคนย่อมมีความต้องการใช้ห้องน้ำมากขึ้น แต่การเพิ่มจำนวนห้องน้ำอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ควรพิจารณา ตำแหน่ง และการเข้าถึง ด้วย เช่น ห้องน้ำควรอยู่ใกล้ห้องนอน และพื้นที่ใช้งานหลักหรือไม่ มีห้องน้ำที่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกหรือไม่ ในส่วนของความปลอดภัย ควรลดจุดเสี่ยงจากพื้นเปียกลื่น จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ และออกแบบพื้นที่ให้สามารถติดตั้งราวจับหรืออุปกรณ์ช่วยพยุงได้หากจำเป็น สำหรับบ้านที่ตั้งใจอยู่ระยะยาว การเตรียมโครงสร้างให้รองรับการปรับเปลี่ยนในอนาคตอาจคุ้มกว่าการรอให้เกิดข้อจำกัดแล้วค่อยแก้ไข
3. ห้องครัว และพื้นที่รับประทานอาหาร: หัวใจของบ้าน
ในหลายครอบครัว ห้องครัว และโต๊ะอาหารเป็นพื้นที่ที่สมาชิกได้พบปะกันมากที่สุด จึงควรออกแบบให้เหมาะกับจำนวนคน และลักษณะการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ทำอาหารทุกวันหรือซื้ออาหารเป็นหลัก หากมีเด็ก และผู้สูงอายุร่วมบ้าน ควรคิดถึงความปลอดภัย เช่น แยกพื้นที่ปรุงอาหารที่มีความร้อนหรือของมีคมออกจากทางเดินหลัก และทำให้โต๊ะอาหารเข้าถึงได้สะดวก นอกจากนี้ หากครอบครัวใหญ่ควรให้ความสำคัญกับ พื้นที่เก็บของในครัว เพราะจาน ชาม เครื่องใช้ และวัตถุดิบจำนวนมากสามารถทำให้พื้นที่ดูรกได้อย่างรวดเร็ว
4. ห้องนั่งเล่น: ใหญ่พอสำหรับทุกคน แต่ไม่เสียความอบอุ่น
ห้องนั่งเล่นที่ใหญ่เกินไปไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานดีเสมอไป หากจัดเฟอร์นิเจอร์กระจายออกจากกันมากเกินไป สมาชิกอาจนั่งแยกกันคนละมุมจนพื้นที่ส่วนกลางไม่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ของครอบครัว ทางเลือกที่ดีคือจัดพื้นที่ให้เกิด กลุ่มการใช้งาน เช่น มุมพูดคุย มุมดูโทรทัศน์ หรือมุมสำหรับเด็ก โดยยังคงมีพื้นที่สัญจรที่ชัดเจน สำหรับบ้านที่มีหลายวัย ควรพิจารณาความสูงของที่นั่ง ระยะเดิน และความสะดวกในการลุกนั่งของสมาชิกด้วย
5. พื้นที่เก็บของ: บ้านใหญ่ก็รกได้ ถ้าไม่มีระบบ
ยิ่งมีสมาชิกมาก ของก็ยิ่งเพิ่มตาม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์การเรียน ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของใช้ส่วนตัว ดังนั้น การออกแบบพื้นที่เก็บของควรเป็นส่วนหนึ่งของแปลนบ้านตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอให้บ้านรกแล้วค่อยหาตู้เพิ่ม ลองแบ่งพื้นที่เก็บของตามการใช้งาน เช่น
พื้นที่เก็บของที่ดีควร หยิบง่ายเมื่อจำเป็น และไม่รบกวนพื้นที่อยู่อาศัยเมื่อไม่ได้ใช้งาน
6. บันได และการสัญจร: จุดสำคัญสำหรับบ้านหลายชั้น
บ้านหลายชั้นต้องให้ความสำคัญกับเส้นทางการเดินของสมาชิกแต่ละวัย ลองคิดว่าผู้สูงอายุต้องขึ้นลงบันไดวันละกี่ครั้ง เด็กต้องเดินผ่านพื้นที่ใดบ้าง และสมาชิกที่กลับบ้านดึกจะรบกวนคนที่นอนอยู่หรือไม่ บันไดควรมีแสงสว่างเพียงพอ พื้นผิวที่เหมาะสม และราวจับที่มั่นคง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้สูงอายุหรือเด็ก หากบ้านมีสมาชิกที่ใช้รถเข็นหรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว การออกแบบควรพิจารณาเรื่องความกว้างของทางสัญจร ความต่างระดับ และการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ต้น หลักการ Universal Design ของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ก็ให้ความสำคัญกับการออกแบบสิ่งแวดล้อมให้คนทุกวัย และผู้มีข้อจำกัดสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม
7. พื้นที่กลางแจ้ง: เพิ่มพื้นที่พักผ่อนโดยไม่ต้องเพิ่มห้อง
สวน ลานบ้าน ระเบียง หรือพื้นที่กึ่งกลางแจ้งสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานโดยไม่ต้องก่อสร้างเป็นห้องปิดทั้งหมด สำหรับครอบครัวใหญ่ พื้นที่กลางแจ้งอาจใช้เป็นพื้นที่เล่นของเด็ก พื้นที่นั่งพักของผู้ใหญ่ พื้นที่ปลูกต้นไม้ หรือพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เช่น พื้นที่ต่างระดับ ขอบบ่อ น้ำขัง พื้นลื่น และการจัดเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะหากมีเด็กเล็ก
บ้านชั้นเดียวหรือสองชั้น แบบไหนเหมาะกับครอบครัวหลายวัย
ไม่มีคำตอบว่าบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้นดีกว่าเสมอไป แต่แต่ละแบบมีจุดแข็งที่ต่างกัน
การเข้าถึง
บ้านชั้นเดียว ได้เปรียบเรื่องการเดินทางภายในบ้าน เพราะไม่ต้องขึ้นลงบันได เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือสมาชิกที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ส่วน บ้านสองชั้น ต้องวางแผนการใช้บันไดให้รอบคอบ และอาจพิจารณาจัดห้องนอนหรือห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุไว้ชั้นล่าง
การแบ่งพื้นที่
บ้านสองชั้นสามารถแบ่งพื้นที่ตามระดับได้ง่าย เช่น ชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่พักผ่อน ขณะที่บ้านชั้นเดียวต้องวางผังให้ดีเพื่อไม่ให้พื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ส่วนตัวรบกวนกัน
ความเป็นส่วนตัว
บ้านสองชั้นมักสร้างระยะห่างระหว่างพื้นที่ส่วนกลางกับห้องนอนได้ง่ายกว่า จึงเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่บ้านชั้นเดียวก็สามารถสร้างความเป็นส่วนตัวได้ด้วยการจัดโซน และวางทางเดินอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องมีหลายชั้นจึงจะเป็นส่วนตัวได้
การดูแลผู้สูงอายุ
หากมีผู้สูงอายุที่ขึ้นลงบันไดลำบาก บ้านชั้นเดียวมีข้อได้เปรียบอย่างชัดเจนในเรื่องการเข้าถึง หากเลือกบ้านสองชั้น ควรคิดเผื่อการอยู่อาศัยระยะยาว เช่น มีห้องนอน และห้องน้ำชั้นล่างที่สามารถใช้งานได้จริง ไม่ควรวางแผนโดยสมมติว่าทุกคนจะสามารถขึ้นลงบันไดได้ตลอดไป
การใช้พื้นที่
บ้านสองชั้นสามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยโดยไม่ต้องใช้ที่ดินเพิ่มมากเท่าการขยายบ้านในแนวราบ จึงเหมาะกับที่ดินที่มีขนาดจำกัด ในทางกลับกัน บ้านชั้นเดียวอาจต้องใช้พื้นที่ดินมากกว่าเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยเท่ากัน แต่แลกกับการเข้าถึงที่ง่ายกว่า ดังนั้น หากครอบครัวกำลังเลือกประเภทบ้าน อย่าถามเพียงว่าบ้านชั้นไหนสวยกว่า แต่ควรถามว่าบ้านแบบไหนจะยังใช้งานได้ดีเมื่อสมาชิกในบ้านอายุเพิ่มขึ้นอีก 10-20 ปี
การออกแบบบ้านสำหรับครอบครัวใหญ่คือการออกแบบให้ คนหลายวัยอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องแย่งพื้นที่กัน เริ่มจากทำความเข้าใจสมาชิกแต่ละคนว่าใครต้องการพื้นที่แบบไหน จากนั้นแบ่งบ้านออกเป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่กึ่งส่วนตัว และพื้นที่ส่วนตัว เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้เวลาร่วมกันกับความเป็นส่วนตัว จากนั้นจึงให้ความสำคัญกับ 7 จุดหลัก หากมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ การออกแบบควรคิดเผื่อการเปลี่ยนแปลงของสมาชิก ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ในวันที่ย้ายเข้าอยู่วันแรก เพราะบ้านสำหรับครอบครัวใหญ่ที่ดีไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด แต่ควรเป็นบ้านที่ ทุกคนเข้าถึงได้ ใช้งานได้ มีพื้นที่ของตัวเอง และยังมีพื้นที่ให้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเมื่อออกแบบบ้านโดยมองทั้งวันนี้ และอนาคต บ้านก็จะไม่ใช่เพียงสถานที่ที่สมาชิกหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน แต่จะกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้นได้ในทุกช่วงวัย ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้
หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่
ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.7.12