GHB Big Family Logo
login

บ้านแนว Vertical Living: อยู่สูงให้เวิร์ค ไม่ใช่แค่ดูดี

  1. บ้านแนว Vertical Living: อยู่สูงให้เวิร์ค ไม่ใช่แค่ดูดี

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 18/5/2568

บ้านแนว Vertical Living: อยู่สูงให้เวิร์ค ไม่ใช่แค่ดูดี

ในยุคที่พื้นที่ดินในเมืองมีจำกัด  และมีราคาสูงขึ้น การขยายพื้นที่บ้านในแนวตั้งจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดที่ดิน แนวคิดนี้เรียกว่า Vertical Living หรือการอยู่อาศัยในแนวตั้ง ซึ่งพบได้ทั้งในบ้านหลายชั้น ทาวน์เฮาส์   และที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด แต่การสร้างบ้านให้สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้ดีขึ้นเสมอไป เพราะยิ่งมีหลายชั้นก็ยิ่งต้องคำนึงถึงการเดินขึ้นลง การแบ่งพื้นที่แสง และอากาศ ระบบไฟฟ้า ประปา รวมถึงความปลอดภัย ดังนั้นหัวใจของ Vertical Living คือการออกแบบให้ทุกชั้นใช้งานได้จริง   และเชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสม


Vertical Living คืออะไร เหมาะกับบ้านแบบไหน

Vertical Living คือแนวคิดการจัดพื้นที่อยู่อาศัยในแนวตั้ง โดยแบ่งฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ไว้ในแต่ละชั้น แทนการขยายพื้นที่ออกด้านข้าง เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านขนาดที่ดิน แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น บ้าน 2-3 ชั้นที่แบ่งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน   และพื้นที่อเนกประสงค์ออกเป็นแต่ละชั้น หรือทาวน์เฮาส์ที่ใช้พื้นที่แนวตั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในที่ดินขนาดจำกัด

ข้อดีของ Vertical Living

  • ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากขึ้น
  • แบ่งพื้นที่ส่วนกลาง  และพื้นที่ส่วนตัวได้ชัดเจน
  • สามารถเพิ่มฟังก์ชันให้บ้านได้หลายรูปแบบ
  • เหมาะกับพื้นที่ในเมืองที่มีข้อจำกัดด้านที่ดิน

สิ่งที่ต้องแลก

  • ต้องเดินขึ้นลงระหว่างชั้น
  • ต้องวางแผนระบบไฟฟ้า  และประปาให้เหมาะสม
  • การทำความสะอาด  และดูแลบ้านอาจใช้เวลามากขึ้น
  • ต้องคำนึงถึงการใช้งานของเด็ก  และผู้สูงอายุ


ก่อนแบ่งบ้านเป็นหลายชั้น ต้องดูอะไรบ้าง

การวางแผนบ้านแนว Vertical Living ควรเริ่มจากพฤติกรรมของคนในบ้าน มากกว่าการกำหนดจำนวนชั้นก่อน เพราะสมาชิกแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกัน

ลองพิจารณาเรื่องเหล่านี้ก่อนออกแบบ

  • จำนวนสมาชิกในครอบครัว
  • อายุ  และความสามารถในการเดินขึ้นลงบันได
  • ห้องหรือพื้นที่ที่แต่ละคนใช้งานเป็นประจำ
  • ความถี่ในการขึ้นลงแต่ละชั้น
  • การทำงานหรือเรียนจากที่บ้าน
  • แผนการอยู่อาศัยในระยะยาว

ตัวอย่างเช่น หากมีผู้สูงอายุในบ้าน อาจจัดห้องนอน  และห้องน้ำไว้ชั้นล่าง เพื่อลดการขึ้นลงบันได ส่วนสมาชิกที่ทำงานจากบ้านอาจจัดห้องทำงานไว้ในบริเวณที่เงียบ  และมีแสงธรรมชาติเพียงพอ


แบ่งฟังก์ชันแต่ละชั้นอย่างไรให้ใช้ชีวิตง่าย


การแบ่งพื้นที่แต่ละชั้นควรดูจากความถี่ในการใช้งาน   และความสะดวกในการเข้าถึง โดยอาจจัดพื้นที่คร่าว ๆ ดังนี้

  • ชั้นล่าง: ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ หรือห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ
  • ชั้นกลาง: ห้องนอน ห้องน้ำ   และพื้นที่ส่วนตัว
  • ชั้นบน: ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย ห้องดูหนัง หรือพื้นที่งานอดิเรก
  • ดาดฟ้า: พื้นที่พักผ่อน สวน หรือพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง หากโครงสร้าง  และข้อกำหนดของอาคารรองรับ

ไม่จำเป็นต้องแบ่งตามรูปแบบนี้ทุกบ้าน เพราะควรปรับตามจำนวนสมาชิก  และรูปแบบการใช้ชีวิตจริง


บันไดสำคัญกว่าที่คิด

สำหรับบ้านหลายชั้น บันไดคือเส้นทางที่สมาชิกต้องใช้งานทุกวัน จึงควรให้ความสำคัญทั้งเรื่องตำแหน่ง การเดินขึ้นลง และความปลอดภัย

สิ่งที่ควรคำนึงถึง

  • ตำแหน่งบันไดควรเชื่อมต่อพื้นที่แต่ละชั้นได้สะดวก
  • มีแสงสว่างเพียงพอทั้งกลางวัน  และกลางคืน
  • มีราวจับ  และราวกันตกที่เหมาะสม
  • พื้นผิวควรช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่น
  • หากมีเด็กเล็ก ควรพิจารณาอุปกรณ์กั้นบริเวณบันได
  • หากมีผู้สูงอายุ ควรลดความเสี่ยงจากการขึ้นลง  และพื้นต่างระดับ

พื้นที่ใต้บันได ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น

  • ตู้เก็บของ
  • ชั้นวางหนังสือ
  • มุมทำงานขนาดเล็ก
  • พื้นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด


ใช้พื้นที่แนวตั้งให้คุ้ม โดยไม่ทำให้บ้านอึดอัด

เมื่อพื้นที่มีจำกัด การใช้ผนัง  และพื้นที่แนวตั้งสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดห้อง

ตัวอย่างการใช้พื้นที่แนวตั้ง ได้แก่

  • ตู้ Built-in สูง
  • ชั้นวางของติดผนัง
  • ตู้เก็บของเหนือเคาน์เตอร์ครัว
  • ชั้นวางหนังสือแนวตั้ง
  • ตู้เก็บของใต้บันได
  • เฟอร์นิเจอร์ Multifunction

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทำพื้นที่จัดเก็บสูงเกินไปจนหยิบใช้งานลำบาก เพราะอาจทำให้ต้องใช้บันไดหรืออุปกรณ์ช่วยหยิบของเป็นประจำ


แสง  และอากาศต้องไปถึงทุกชั้น


บ้านหลายชั้นอาจมีบางพื้นที่ที่ได้รับแสงธรรมชาติน้อย โดยเฉพาะพื้นที่กลางบ้าน จึงควรวางตำแหน่งหน้าต่าง  และช่องเปิดให้เหมาะสมกับทิศทางของบ้าน

ตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มแสง  และอากาศ

  • หน้าต่างขนาดเหมาะสม
  • ช่องแสง
  • Skylight
  • พื้นที่เปิดโล่ง
  • Double Volume
  • การจัดตำแหน่งช่องเปิดให้เอื้อต่อการระบายอากาศ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มช่องเปิดหรือ Skylight ต้องคำนึงถึงความร้อนจากแสงแดด รวมถึงการกันน้ำ  และการระบายน้ำด้วย


ระบบไฟฟ้า-ประปาต้องวางแผนตั้งแต่ต้น

บ้านหลายชั้นต้องวางระบบประกอบอาคารให้เหมาะกับจำนวนชั้น  และรูปแบบการใช้งาน โดยเฉพาะระบบประปา เพราะความสูงของอาคาร  และระยะทางของท่อมีผลต่อการออกแบบระบบน้ำ

เรื่องที่ควรวางแผน

  • แรงดันน้ำ  และระบบปั๊มน้ำ
  • ตำแหน่งห้องน้ำ  และจุดใช้น้ำ
  • การแบ่งวงจรไฟฟ้า
  • จุดติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
  • จุดสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น
  • จุดปลั๊กไฟ  และอุปกรณ์ Smart Home
  • จุดรองรับอุปกรณ์ในอนาคต เช่น EV Charger

การวางแผนตั้งแต่ต้นช่วยลดการเดินสายหรือปรับระบบภายหลัง


ความปลอดภัยต้องมาก่อนความสวยงาม

บ้านแนวตั้งมีบันได พื้นต่างระดับ และพื้นที่หลายชั้น จึงควรออกแบบระบบความปลอดภัยควบคู่กับการออกแบบบ้าน

จุดที่ควรให้ความสำคัญ

  • บันได  และราวจับ
  • ราวกันตกบริเวณระเบียง
  • พื้นที่ที่อาจลื่น
  • แสงสว่างบริเวณทางเดิน
  • เครื่องตรวจจับควัน
  • อุปกรณ์แจ้งเตือนอัคคีภัย
  • เส้นทางออกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

หากมีเด็กเล็ก ควรเพิ่มมาตรการป้องกันบริเวณบันได  และระเบียงตามความเหมาะสม

อยู่สูงก็ต้องอยู่สบาย: จัดการความร้อน  และพลังงาน

ชั้นบนของบ้านอาจได้รับความร้อนจากหลังคา  และแสงแดดมากกว่าพื้นที่ชั้นล่าง จึงควรคำนึงถึงการป้องกันความร้อนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

แนวทางที่ช่วยเพิ่มความสบาย

  • วางตำแหน่งบ้าน  และช่องเปิดให้เหมาะกับทิศทางแดด
  • ใช้อุปกรณ์บังแดด
  • เลือกกระจกให้เหมาะกับสภาพพื้นที่
  • ใช้ฉนวนตามความเหมาะสม
  • เลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาด  และลักษณะห้อง
  • แบ่งพื้นที่ปรับอากาศเป็นโซนตามการใช้งาน

การใช้แสงธรรมชาติ  และการระบายอากาศอย่างเหมาะสมก็ช่วยลดการพึ่งพาระบบปรับอากาศ  และไฟฟ้าในบางช่วงเวลาได้


บ้านหลายชั้นต้องคิดถึงอนาคต

บ้านที่ใช้งานสะดวกในวันนี้อาจไม่เหมาะกับสมาชิกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกในครอบครัวมีอายุมากขึ้น หากตั้งใจอยู่อาศัยระยะยาว ดังนั้นจึงควรวางแผนตั้งแต่ต้น เช่น

  • มีห้องนอนชั้นล่าง
  • มีห้องน้ำที่เข้าถึงง่าย
  • ลดพื้นต่างระดับที่ไม่จำเป็น
  • เตรียมพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ช่วยเหลือ
  • วางพื้นที่เผื่อสำหรับลิฟต์บ้านในอนาคต

แนวคิดนี้ช่วยให้บ้านสามารถปรับตามช่วงชีวิตของสมาชิกได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ในภายหลัง


เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแนวตั้ง

แม้มีพื้นที่ดินจำกัด แต่สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวในแนวตั้งได้ เช่น

  • สวนแนวตั้ง
  • ระเบียงปลูกต้นไม้
  • สวนบนดาดฟ้า
  • กระถางต้นไม้ตามพื้นที่ที่เหมาะสม
  • มุมพักผ่อนที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียว

หากต้องการทำสวนบนระเบียงหรือดาดฟ้า ควรตรวจสอบน้ำหนักที่โครงสร้างรองรับได้ ระบบระบายน้ำ และการกันซึมก่อนติดตั้งจริง


ความสวยต้องมาพร้อมกับฟังก์ชัน

บ้านหลายชั้นสามารถสร้างเอกลักษณ์ด้วยการใช้สี วัสดุ กระจก แสง แต่ความสวยงามควรทำงานร่วมกับการใช้งานจริง

ตัวอย่างเช่น

  • ใช้กระจกเพื่อเพิ่มแสง แต่ต้องพิจารณาความร้อน
  • เลือกวัสดุบันไดที่สวย  และดูแลรักษาง่าย
  • ใช้โทนสี  และวัสดุที่ต่อเนื่องกันแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกชั้น
  • เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับขนาดของพื้นที่
  • เว้นพื้นที่ทางเดินให้เพียงพอ ไม่วางของจนกีดขวางการสัญจร


Checklist ก่อนออกแบบบ้านแนว Vertical Living

ก่อนเริ่มออกแบบบ้านหลายชั้น ลองเช็กประเด็นสำคัญเหล่านี้

  • จำนวนสมาชิก  และช่วงวัยของคนในบ้าน
  • จำนวนชั้น  และพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการ
  • ตำแหน่ง  และรูปแบบของบันได
  • การแบ่งฟังก์ชันแต่ละชั้น
  • พื้นที่เก็บของ  และเส้นทางขนย้ายของ
  • แสงธรรมชาติ  และการระบายอากาศ
  • ระบบไฟฟ้า  และประปา
  • การจัดการความร้อน
  • ระบบความปลอดภัย  และอัคคีภัย
  • การรองรับผู้สูงอายุในอนาคต
  • พื้นที่สีเขียว  และการระบายน้ำ
  • งบประมาณก่อสร้าง  และค่าใช้จ่ายดูแลระยะยาว


Vertical Living ไม่ใช่เพียงการสร้างบ้านให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย แต่คือการนำพื้นที่ในแนวตั้งมาวางแผนให้เหมาะกับคนในบ้าน ตั้งแต่การแบ่งฟังก์ชัน บันได พื้นที่จัดเก็บ แสงและอากาศ ไปจนถึงระบบไฟฟ้า ประปา และความปลอดภัย เพราะบ้านที่ดีไม่ควรแค่ดูดีจากภาพ แต่ต้องเดินสะดวก ใช้งานง่าย ปลอดภัย   และสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในบ้านได้ในระยะยาว นี่จึงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบบ้านแนว Vertical Living ให้อยู่สูงแล้วเวิร์คจริง ๆ ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม     และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ    และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้

หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือปลูกสร้างบ้านกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ     และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่


ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ     และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร     และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000





บทความที่เกี่ยวข้อง