บ้านแนว Vertical Living: อยู่สูงให้เวิร์ค ไม่ใช่แค่ดูดี
ในยุคที่พื้นที่ดินในเมืองมีจำกัด และมีราคาสูงขึ้น การขยายพื้นที่บ้านในแนวตั้งจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดที่ดิน แนวคิดนี้เรียกว่า Vertical Living หรือการอยู่อาศัยในแนวตั้ง ซึ่งพบได้ทั้งในบ้านหลายชั้น ทาวน์เฮาส์ และที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด แต่การสร้างบ้านให้สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้ดีขึ้นเสมอไป เพราะยิ่งมีหลายชั้นก็ยิ่งต้องคำนึงถึงการเดินขึ้นลง การแบ่งพื้นที่แสง และอากาศ ระบบไฟฟ้า ประปา รวมถึงความปลอดภัย ดังนั้นหัวใจของ Vertical Living คือการออกแบบให้ทุกชั้นใช้งานได้จริง และเชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสม
Vertical Living คือแนวคิดการจัดพื้นที่อยู่อาศัยในแนวตั้ง โดยแบ่งฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ไว้ในแต่ละชั้น แทนการขยายพื้นที่ออกด้านข้าง เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านขนาดที่ดิน แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น บ้าน 2-3 ชั้นที่แบ่งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน และพื้นที่อเนกประสงค์ออกเป็นแต่ละชั้น หรือทาวน์เฮาส์ที่ใช้พื้นที่แนวตั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในที่ดินขนาดจำกัด
ข้อดีของ Vertical Living
สิ่งที่ต้องแลก
การวางแผนบ้านแนว Vertical Living ควรเริ่มจากพฤติกรรมของคนในบ้าน มากกว่าการกำหนดจำนวนชั้นก่อน เพราะสมาชิกแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกัน
ลองพิจารณาเรื่องเหล่านี้ก่อนออกแบบ
ตัวอย่างเช่น หากมีผู้สูงอายุในบ้าน อาจจัดห้องนอน และห้องน้ำไว้ชั้นล่าง เพื่อลดการขึ้นลงบันได ส่วนสมาชิกที่ทำงานจากบ้านอาจจัดห้องทำงานไว้ในบริเวณที่เงียบ และมีแสงธรรมชาติเพียงพอ
การแบ่งพื้นที่แต่ละชั้นควรดูจากความถี่ในการใช้งาน และความสะดวกในการเข้าถึง โดยอาจจัดพื้นที่คร่าว ๆ ดังนี้
ไม่จำเป็นต้องแบ่งตามรูปแบบนี้ทุกบ้าน เพราะควรปรับตามจำนวนสมาชิก และรูปแบบการใช้ชีวิตจริง
สำหรับบ้านหลายชั้น บันไดคือเส้นทางที่สมาชิกต้องใช้งานทุกวัน จึงควรให้ความสำคัญทั้งเรื่องตำแหน่ง การเดินขึ้นลง และความปลอดภัย
สิ่งที่ควรคำนึงถึง
พื้นที่ใต้บันได ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น
เมื่อพื้นที่มีจำกัด การใช้ผนัง และพื้นที่แนวตั้งสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดห้อง
ตัวอย่างการใช้พื้นที่แนวตั้ง ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทำพื้นที่จัดเก็บสูงเกินไปจนหยิบใช้งานลำบาก เพราะอาจทำให้ต้องใช้บันไดหรืออุปกรณ์ช่วยหยิบของเป็นประจำ
บ้านหลายชั้นอาจมีบางพื้นที่ที่ได้รับแสงธรรมชาติน้อย โดยเฉพาะพื้นที่กลางบ้าน จึงควรวางตำแหน่งหน้าต่าง และช่องเปิดให้เหมาะสมกับทิศทางของบ้าน
ตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มแสง และอากาศ
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มช่องเปิดหรือ Skylight ต้องคำนึงถึงความร้อนจากแสงแดด รวมถึงการกันน้ำ และการระบายน้ำด้วย
บ้านหลายชั้นต้องวางระบบประกอบอาคารให้เหมาะกับจำนวนชั้น และรูปแบบการใช้งาน โดยเฉพาะระบบประปา เพราะความสูงของอาคาร และระยะทางของท่อมีผลต่อการออกแบบระบบน้ำ
เรื่องที่ควรวางแผน
การวางแผนตั้งแต่ต้นช่วยลดการเดินสายหรือปรับระบบภายหลัง
บ้านแนวตั้งมีบันได พื้นต่างระดับ และพื้นที่หลายชั้น จึงควรออกแบบระบบความปลอดภัยควบคู่กับการออกแบบบ้าน
จุดที่ควรให้ความสำคัญ
หากมีเด็กเล็ก ควรเพิ่มมาตรการป้องกันบริเวณบันได และระเบียงตามความเหมาะสม
ชั้นบนของบ้านอาจได้รับความร้อนจากหลังคา และแสงแดดมากกว่าพื้นที่ชั้นล่าง จึงควรคำนึงถึงการป้องกันความร้อนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
แนวทางที่ช่วยเพิ่มความสบาย
การใช้แสงธรรมชาติ และการระบายอากาศอย่างเหมาะสมก็ช่วยลดการพึ่งพาระบบปรับอากาศ และไฟฟ้าในบางช่วงเวลาได้
บ้านที่ใช้งานสะดวกในวันนี้อาจไม่เหมาะกับสมาชิกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกในครอบครัวมีอายุมากขึ้น หากตั้งใจอยู่อาศัยระยะยาว ดังนั้นจึงควรวางแผนตั้งแต่ต้น เช่น
แนวคิดนี้ช่วยให้บ้านสามารถปรับตามช่วงชีวิตของสมาชิกได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ในภายหลัง
แม้มีพื้นที่ดินจำกัด แต่สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวในแนวตั้งได้ เช่น
หากต้องการทำสวนบนระเบียงหรือดาดฟ้า ควรตรวจสอบน้ำหนักที่โครงสร้างรองรับได้ ระบบระบายน้ำ และการกันซึมก่อนติดตั้งจริง
บ้านหลายชั้นสามารถสร้างเอกลักษณ์ด้วยการใช้สี วัสดุ กระจก แสง แต่ความสวยงามควรทำงานร่วมกับการใช้งานจริง
ตัวอย่างเช่น
ก่อนเริ่มออกแบบบ้านหลายชั้น ลองเช็กประเด็นสำคัญเหล่านี้
Vertical Living ไม่ใช่เพียงการสร้างบ้านให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย แต่คือการนำพื้นที่ในแนวตั้งมาวางแผนให้เหมาะกับคนในบ้าน ตั้งแต่การแบ่งฟังก์ชัน บันได พื้นที่จัดเก็บ แสงและอากาศ ไปจนถึงระบบไฟฟ้า ประปา และความปลอดภัย เพราะบ้านที่ดีไม่ควรแค่ดูดีจากภาพ แต่ต้องเดินสะดวก ใช้งานง่าย ปลอดภัย และสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในบ้านได้ในระยะยาว นี่จึงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบบ้านแนว Vertical Living ให้อยู่สูงแล้วเวิร์คจริง ๆ ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้
หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือปลูกสร้างบ้านกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่
ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.7.12