GHB Big Family Logo
login

วิถีคนเมืองกับบ้านที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย: หลีกหนีความวุ่นวาย สร้างสมดุลในโลกคอนกรีต

  1. วิถีคนเมืองกับบ้านที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย: หลีกหนีความวุ่นวาย สร้างสมดุลในโลกคอนกรีต

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 15/5/2568

วิถีคนเมืองกับบ้านที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย: หลีกหนีความวุ่นวาย สร้างสมดุลในโลกคอนกรีต

ชีวิตคนเมืองเต็มไปด้วยการเดินทาง งานที่เร่งรีบ เสียงรบกวน   และสภาพแวดล้อมที่หนาแน่น ทำให้บ้านมีบทบาทมากกว่าที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เราได้พักทั้งร่างกาย  และจิตใจ แนวคิดการออกแบบบ้านยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับความสงบ ความเป็นส่วนตัว แสงธรรมชาติ อากาศถ่ายเท   และพื้นที่สีเขียวมากขึ้น


บ้านที่ดีสำหรับคนเมือง ควรตอบโจทย์อะไรบ้าง

พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไปจากเดิม บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับพักอาศัยหลังเลิกงาน แต่ต้องรองรับทั้งการพักผ่อน การทำงาน   และกิจกรรมในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการทำงานหรือเรียนจากบ้านกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บ้านที่ดีจึงควรมีพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้พักจากความวุ่นวายภายนอก มีมุมส่วนตัวสำหรับใช้เวลาอยู่กับตัวเอง   และมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวหรือคนในบ้าน ขณะเดียวกัน การนำแสงธรรมชาติ อากาศ   และพื้นที่สีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ก็ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย  และเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากขึ้น ที่สำคัญ บ้านควรมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะกับช่วงชีวิต  และรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนไปได้ในอนาคต


เปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่พักใจด้วยการออกแบบ

บ้านสามารถสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ตั้งแต่การวางผังไปจนถึงการเลือกวัสดุ

  • แบ่งพื้นที่พักผ่อนออกจากพื้นที่ทำงาน
  • ลดความรู้สึกอึดอัดด้วยพื้นที่เปิด
  • ใช้โทนสี  และวัสดุที่ให้ความรู้สึกสงบ
  • ลดสิ่งของที่ไม่จำเป็น
  • จัดพื้นที่ให้มีทางเดิน  และการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน


ดึงธรรมชาติเข้าสู่บ้าน แม้อยู่กลางเมือง


เมื่อไม่สามารถมีสวนขนาดใหญ่ได้ การนำธรรมชาติเข้ามาในบ้านก็เป็นอีกทางเลือก

  • สวนขนาดเล็กหรือสวนแนวตั้ง
  • กระถางต้นไม้ตามมุมต่าง ๆ
  • Courtyard หรือพื้นที่เปิดกลางบ้าน
  • ระเบียงสีเขียว
  • การมองเห็นต้นไม้จากพื้นที่พักผ่อน


แสงธรรมชาติ  และอากาศ ช่วยให้บ้านน่าอยู่ขึ้นอย่างไร

การออกแบบบ้านให้มีแสง  และการระบายอากาศที่เหมาะสม ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่สบายขึ้น

  • วางตำแหน่งหน้าต่างให้เหมาะกับทิศทางแสง
  • เปิดช่องให้อากาศไหลเวียน
  • ใช้ช่องแสงหรือ Skylight ในพื้นที่ที่เหมาะสม
  • ออกแบบพื้นที่เปิดเพื่อช่วยเชื่อมต่อแต่ละส่วนของบ้าน

ข้อควรระวัง: บ้านในสภาพอากาศร้อนควรควบคุมความร้อนจากแสงแดดควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่เพิ่มกระจกหรือช่องเปิดเพียงอย่างเดียว


บ้านกลางเมืองจะลดเสียงรบกวนได้อย่างไร

เสียงจากรถ ถนน   และพื้นที่โดยรอบเป็นหนึ่งในปัญหาของการอยู่อาศัยในเมือง แนวทางที่สามารถนำมาพิจารณา เช่น

  • วางตำแหน่งห้องนอนให้ห่างจากด้านที่มีเสียงรบกวน
  • ใช้ผนัง  และประตูที่ช่วยลดการส่งผ่านเสียง
  • เลือกกระจก  และหน้าต่างให้เหมาะกับบริบท
  • ใช้พื้นที่เก็บของหรือพื้นที่บริการเป็น Buffer Zone
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือองค์ประกอบช่วยกั้นระหว่างบ้านกับถนน


เมื่อบ้านกลายเป็นทั้งที่ทำงาน  และที่พัก ต้องแบ่งพื้นที่อย่างไร

การทำงานจากบ้านทำให้พื้นที่เดียวต้องรองรับหลายกิจกรรม จึงควรออกแบบให้สามารถเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้

  • มุมทำงานที่แยกจากพื้นที่พักผ่อน
  • เฟอร์นิเจอร์ Multifunction
  • ห้องที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้
  • พื้นที่เก็บอุปกรณ์ทำงานอย่างเป็นสัดส่วน
  • การจัดแสงให้เหมาะกับทั้งการทำงาน  และพักผ่อน


บ้านไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ต้องใช้พื้นที่เป็น


แนวคิดนี้สามารถเชื่อมกับการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบ้านในเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่

  • ใช้พื้นที่แนวตั้ง
  • Built-in Storage
  • พื้นที่ใต้บันได
  • เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้หลายรูปแบบ
  • ลดพื้นที่ที่มีไว้แต่ไม่ได้ใช้งานจริง


สร้างพื้นที่ส่วนตัว แม้บ้านจะมีพื้นที่จำกัด

ความเป็นส่วนตัวมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อบ้านต้องรองรับสมาชิกหลายคนหรือกิจกรรมหลายรูปแบบ

  • แบ่ง Public Zone   และ Private Zone
  • ใช้ผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ช่วยแบ่งพื้นที่
  • ออกแบบมุมพักผ่อนส่วนตัว
  • ใช้ประตูหรือฉากกั้นในพื้นที่ที่ต้องการความสงบ
  • วางห้องนอนในตำแหน่งที่ห่างจากพื้นที่ใช้งานร่วมกัน


บ้านที่ดีควรรองรับชีวิตที่เปลี่ยนไป

บ้านไม่ควรถูกออกแบบสำหรับช่วงชีวิตเพียงช่วงเดียว เพราะสมาชิกที่อาศัย  และรูปแบบการใช้ชีวิตอาจเปลี่ยนแปลงได้

  • รองรับการทำงานจากบ้าน
  • รองรับสมาชิกครอบครัวที่ขยายขึ้น
  • มีพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุ
  • ห้องหรือพื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนหน้าที่ได้
  • เตรียมระบบไฟฟ้า  และพื้นที่สำหรับเทคโนโลยีในอนาคต


เทคโนโลยีช่วยให้บ้านในเมืองอยู่สบายขึ้นได้อย่างไร

Smart Home ไม่จำเป็นต้องหมายถึงอุปกรณ์ราคาแพง แต่ควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง

  • ระบบควบคุมไฟ
  • ระบบปรับอากาศ
  • ระบบรักษาความปลอดภัย
  • ระบบตรวจจับควันหรือความผิดปกติ
  • ระบบควบคุมม่าน
  • อุปกรณ์ช่วยจัดการการใช้พลังงาน


มุมพักใจเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศของบ้านได้

เพิ่มพื้นที่สำหรับการพักจากหน้าจอ  และกิจวัตรประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก

ตัวอย่างเช่น

  • มุมอ่านหนังสือ
  • มุมปลูกต้นไม้
  • ระเบียงเล็ก ๆ
  • มุมจิบกาแฟ
  • พื้นที่นั่งเล่นที่มองเห็นสวน
  • มุมทำงานอดิเรก


บ้านที่ดีต้องสมดุลระหว่างความสวย กับการอยู่อาศัยจริง

ปิดท้ายด้วยแนวคิดที่ว่า การออกแบบบ้านไม่ควรเน้นเพียงภาพลักษณ์ แต่ต้องพิจารณาการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย

Checklist ก่อนออกแบบบ้านสำหรับคนเมือง

  • มีพื้นที่พักผ่อนที่สงบ
  • มีแสง  และอากาศที่เหมาะสม
  • ลดเสียงรบกวนจากภายนอก
  • มีพื้นที่สีเขียว
  • แบ่งพื้นที่ทำงาน  และพื้นที่พักผ่อน
  • มีพื้นที่ส่วนตัว
  • ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
  • รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
  • ดูแลรักษาได้ง่าย
  • สอดคล้องกับงบประมาณ


ไม่จำเป็นต้องหนีออกจากเมืองเพื่อให้รู้สึกสงบ แต่บ้านในเมืองสามารถสร้างความสมดุลได้ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับชีวิตจริง ตั้งแต่แสงธรรมชาติ อากาศ พื้นที่สีเขียว ความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงพื้นที่สำหรับพักจากงาน  และหน้าจอ สุดท้ายแล้วบ้านที่น่าอยู่ไม่ใช่บ้านที่มีทุกอย่าง แต่คือบ้านที่มีพื้นที่สำหรับสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของผู้อยู่อาศัยจริง ๆ ธอส. มีสินเชื่อบ้านสำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม  และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ  และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณเลือกแผนการผ่อนที่เหมาะกับความสามารถทางการเงินได้

หากสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือปลูกสร้างบ้านกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ  และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ ได้ที่นี่


ธอส. มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ     และคัดสรรข้อเสนอสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร     และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000




บทความที่เกี่ยวข้อง