GHB Big Family Logo
login

คู่มือฉบับคนเมือง อยากมีบ้านใกล้รถไฟฟ้า ต้องรู้อะไรบ้าง

  1. คู่มือฉบับคนเมือง อยากมีบ้านใกล้รถไฟฟ้า ต้องรู้อะไรบ้าง

หมวดหมู่: การเงิน วันที่เผยแพร่: 6/7/2569


เมื่อพูดถึงคำว่า ‘บ้านที่ดี’ การดีไซน์ให้มีหน้าตาตอบโจทย์กับผู้อยู่อาศัย อาจจะไม่ใช่เหตุผลเพียงข้อเดียวอีกต่อไป ทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ารึเปล่านั้นสำคัญมากด้วยเหมือนกัน เพราะว่าเหล่าคนในเมืองทุกคนต่างอาศัยอยู่ในพื้นที่จราจรแออัดจนขยับไปออกแบบชีวิตตัวเองได้ยากเหลือเกิน … บทความนี้เราจะเปิดคู่มือตอบคำถามที่ทุกคนสงสัยว่า “ถ้าอยากมีบ้านหรือคอนโดอยู่ใกล้รถไฟฟ้าต้องทำอย่างไร?” 


ทำไมบ้านใกล้รถไฟฟ้าถึงเป็นที่นิยม


  • เทรนด์การอยู่อาศัยในเมือง : เมื่อพูดถึงกรุงเทพมหานครเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก การมีรถโดยสารส่วนตัวไม่ว่าจะมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์นั้น ถึงจะสะดวก แต่ก็ต้องยอมแลกการดีไซน์ชีวิตที่ยากขึ้นเพราะสภาพการจราจรแต่ละวันที่กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะอย่างนั้นเอง ถ้าไม่เลือกบ้านหรือคอนโดที่มีทำเลอยู่ในเมือง ลาดพร้าว สุขุมวิท ทองหล่อ ปัจจุบันก็จะเลือกสิ่ง ‘บ้านใกล้รถไฟฟ้า’ ไม่ว่าเป็น BTS หรือ MRT ก็ตาม ซึ่งจะเป็นพื้นที่อยู่ ในรัศมีไม่เกิน 500 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟฟ้า (เดินไม่เกิน 5-15 นาที) เพื่อเชื่อมต่อชีวิตเข้ากับเมืองได้อย่างง่ายดาย
  • ความสะดวก และความคล่องตัว : ประโยชน์ของบ้านที่อยู่ใกล้โครงการรถไฟฟ้ามีหลายอย่าง อย่างแรกเลยคือ ‘ความประหยัด’ จากค่าน้ำมัน, ค่าบำรุงรักษารถยนต์/มอเตอร์ไซค์ ซึ่งมีผลสำรวจครอบครัวในกรุงเทพฯเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000–20,000 บาท/ต่อเดือน เพื่อสิ่งนี้ - ประหยัดต่อมาคือเรื่องของ ‘เวลา’ สิ่งที่สำคัญมากที่สุดที่ทำให้คนตัดสินใจย้ายมาอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพราะการประหยัดเวลาได้มากกว่า 1–2 ชั่วโมงต่อวัน สามารถเอาเวลาไปพัฒนาชีวิตได้อีกมากมาย และสุดท้าย บ้านที่ทำเลใกล้รถไฟฟ้าจะถูกเรียกว่า Safe Haven การลงทุนระยะยาวที่ดี เพราะที่ไหนมีรถไฟฟ้า ความเจริญก็จะค่อย ๆ ตามมาที่นั่น สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะห้าง โรงเรียน ตลาด และแน่นอน ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างก็จะมีแนวโน้มมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามไปอีกต่างหาก


ค่าใช้จ่ายที่ต้องคำนึงเมื่อเลือกบ้านทำเลใกล้รถไฟฟ้า


ค่าใช้จ่ายที่ลดลง 

  • ค่าน้ำมัน และค่าทางด่วน : สิ่งที่หายไปเมื่อตัดสินใจใช้ BTS และ MRT เป็นขนส่งหลักในการเดินทาง ไม่ว่าจะค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ : อีกปัญหาหนึ่งที่คนกรุงเทพรู้กัน และปัญหายังแก้ไขไม่ได้ คือสภาพพื้นผิวของท้องถนน อันเต็มไปด้วยหลุมบ่อจากการก่อสร้าง เนินที่ไม่ได้มาตรฐาน และหลายสิ่งที่พร้อมจะทำความเสียหายให้กับรถยนต์/มอเตอร์ไซค์ ของทุกคนตลอดเวลา ซึ่งตามมาด้วยค่าใช้จ่ายแฝงบำรุงรักษาที่เป็นจำนวนไม่น้อยต่อปี เเพราะฉะนั้น เมื่อเปลี่ยนไปใช้ขนส่งเอกชนอย่างรถไฟฟ้า ก็ไม่ต้องกังวลใจเรื่องเหล่านี้อีกต่อไป


ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

  • ราคาบ้านหรือคอนโดสูงขึ้น : อันดับแรก และยากที่สุด คือความสะดวกที่แลกมาด้วยราคาที่แพงมหาศาลของบ้าน/คอนโดในเมือง การวางแผนการเงินจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก และการวางแผนนั้นต้องครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ไม่ทำให้ Fixed Cost การผ่อนที่อยู่อาศัยมารบกวนการดีไซน์การใช้ชีวิตด้วย
  • ค่าโดยสารรายเดือน : ค่า BTS กับ MRT อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับการประหยัดเวลา แต่สำหรับการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นสิ่งที่ต้องคำนวณให้ดี เพราะว่าตั๋วของทั้งรถไฟใต้ดิน และลอยฟ้านั้น ก็ยังไม่ได้ประหยัดเท่ารถเมล์ที่เป็นรถโดยสารสาธารณะ วิธีการที่ดีคือควรเช็คโปรโมชั่นของตั๋วโดยสาร ที่มีมักจะมีสิทธิพิเศษเมื่อซื้อเป็นตั๋วรายเดือน/ปี หรือผูกกับบัตรเครดิตบางรายการก็มีราคาพิเศษเหมือนกัน 
  • ค่าใช้ชีวิตในเมือง : แน่นอนว่าพอเข้ามาอยู่ในเมือง ค่าครองชีพก็จะต้องเปลี่ยนไป ที่ชัดเจนเลยคือค่าอาหารต่อมื้อที่มีราคาสูงขึ้น ค่าโดยสารเร็วอย่างมอเตอร์ไซค์ก็แพงกว่า ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่จำเป็นต้องซื้อของเข้าบ้านจากห้างใหญ่ซื้อก็มีราคาสูงกว่าห้างท้องถิ่นพอสมควร


การอยู่ในเมืองกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป


  • การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกง่ายขึ้น : อย่างที่เล่าไปในบทก่อนหน้า เพราะว่าพื้นที่ทำเลรถไฟฟ้านั้น จะต้องมาคู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกในทุกด้านของชีวิตเสมอ ไม่ว่าโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงการเกิดของอีเวนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะคอนเสิร์ต นิทรรศการศิลปะ หรืองานใหญ่ ๆ ที่มักจะเลือกจัดในพื้นที่เมืองใกล้รถไฟฟ้าเพื่อให้ทุกคนสามารถมาร่วมงาน มากกว่าที่จะจัดบนพื้นที่ซึ่งรถไฟฟ้าเชื่อมต่อไปไม่ถึง
  • ต้องแลกกับความพลุกพล่าน และพื้นที่จำกัด : แต่ ! ข้อสำคัญที่อยากให้คิดเอาไว้เหมือนกัน ความหมายของบ้านสำหรับหลาย ๆ คนคือการได้กลับไปในพื้นที่ที่สงบ ได้พักผ่อน ไม่ต้องกังวลกับความวุ่นวายภายนอก ซึ่งพื้นที่ใกล้รถไฟฟ้าอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นสักทีเดียว ด้วยความเป็นพื้นที่ซึ่งใครต่างก็เดินทางมาได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พื้นที่อื่นไม่มี ก็ทำให้เกิดความวุ่นวายบนพื้นที่จำกัดได้ไม่น้อยเหมือนกัน


มูลค่า และโอกาสในอนาคต


  • ทำเลใกล้รถไฟฟ้ามีความต้องการสูง : เพราะว่าการซื้อบ้าน/คอนโด บนทำเลของรถไฟฟ้าเป็นการวางแผนเพื่ออนาคตเสมอ ทำให้พื้นที่นี้มีความต้องการของผู้คนมาก ๆ (ถึงแม้ว่าราคาจะสูงก็ตาม) ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของยุคปัจจุบัน ที่สามารถทำงานแบบ Work From Anywhere รถไฟฟ้าก็จะตอบโจทย์การเลือกที่ทำงานที่ต่างกันในแต่ละวัน หรือว่าการที่ Social Meeting การเลือกพบปะสังสรรค์ที่บ้านมากกว่าข้างนอก ก็ทำให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อมาถึงเราได้อย่างง่ายดาย  
  • โอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคตสูง : เมื่อความต้องการสูง มูลค่าสินทรัพย์ก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย ทำเลใกล้รถไฟฟ้าถูกเรียกว่าเป็นพื้นที่ศักยภาพ และนั่นตามมาด้วยการที่การซื้อคอนโดหรือบ้านที่อยู่ติดรถไฟฟ้าจึงไม่ใช่การทำเพื่ออยู่อาศัยอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเพื่อปล่อยเช่าต่อสร้างรายได้ หรือว่าการขายขายต่อเพื่อทำกำไรก็ตาม


บ้านใกล้รถไฟฟ้าเหมาะกับใคร



  • คนทำงานในเมือง และเดินทางทุกวัน : การเดินทางในเมืองโดยใช้รถส่วนตัวนั้นบริหารเวลาได้ยากมากด้วยสภาพจราจร แต่รถไฟฟ้าเข้ามาตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องทำงานในออฟฟิศทุกวัน รวมถึงคนที่ต้องเดินทางตลอดเวลา
  • คนที่ให้ค่ากับเวลา มากกว่าพื้นที่ : ปฏิเสธไม่ได้ว่าคอนโดหรือบ้านใกล้รถไฟฟ้าอาจจะไม่ได้มีพื้นที่ที่ใหญ่เมื่อเทียบกับที่ดินของบ้านที่อยู่ห่างเมืองออกไป แต่ ‘เวลา’ คือสิ่งที่จ่ายเป็นกำไรออกมา และเมื่อเป็นไลฟ์สไตล์ในเมืองที่มีกิจกรรมให้ทำมากมายในทุกหมวดของชีวิต ดนตรี ศิลปะ บันเทิง การมีเวลามากขึ้นก็ตอบโจทย์ให้ทำได้ทั้งหมด
  • คนที่ไม่มีรถยนต์หรืออยากลดภาระค่าใช้จ่ายรถ : สุดท้ายไม่ว่าจะมีรถยนต์หรือไม่ก็ตาม การที่เราไม่ต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาในการเป็นเจ้าของอะไรสักอย่างก็คุ้มค่ากว่าอยู่แล้ว เพราะจะไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ยังไม่นับรวมถึงในวันที่รถของเรามีปัญหากลางทางจนส่งผลให้กระทบต่องาน และรายได้ด้วยนะ


การเลือกอยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสะดวกในการเดินทาง แต่สะท้อนถึงการวางแผนชีวิตในเมืองที่ให้ความสำคัญกับเวลา ไลฟ์สไตล์ และมูลค่าในอนาคต ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านรถยนต์ การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และโอกาสที่ทรัพย์สินจะเพิ่มมูลค่าได้ต่อเนื่องในระยะยาว แม้จะต้องแลกกับราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น และความหนาแน่นของเมือง แต่ก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต และความมั่นคงทางการเงินไปพร้อมกัน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ และการวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยสามารถพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)   ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้การมีบ้านในทำเลศักยภาพเป็นไปได้ง่ายขึ้น และช่วยให้การเริ่มต้นชีวิตในเมืองสามารถสมดุลได้ทั้งความสะดวกสบายในปัจจุบัน และความมั่นคงในอนาคต


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ

ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000


บทความที่เกี่ยวข้อง